
Oktoberfest มีต้นกำเนิดที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 1810 จุดเริ่มต้นมาจากงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายลุดวิก (Kronprinz Ludwig ซึ่งต่อมาคือพระเจ้าลุดวิกที่ 1) กับเจ้าหญิงเทเรซา (Princess Therese of Saxe-Hildburghausen) แห่งแคว้นบาวาเรีย
งานได้รับความนิยมจนถูกจัดขึ้นอีกในปีต่อมา และค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นประเพณีประจำปีของมิวนิก
แม้ชื่อจะเป็น “Oktoberfest” แต่ปัจจุบันงานส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนและลากยาวเข้าสู่ต้นเดือนตุลาคม เพราะต้องการใช้ประโยชน์จากอากาศที่อบอุ่นกว่าในช่วงปลายกันยายน
Oktoberfst เป็นที่รู้จักในฐานะเทศกาลดื่มเบียร์ ซึ่งเสน่ห์จริง ๆ คือบรรยากาศของการกิน ดื่ม ฟังดนตรี แต่งกายแบบบาวาเรียน และนั่งสังสรรค์ร่วมกับผู้คน จนเทศกาลนี้กลายเป็นพื้นที่ Social Gathering ขนาดใหญ่ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังมิวนิกหลายล้านคนในแต่ละปี
ที่สำคัญ Oktoberfest เป็นตัวอย่างที่ชัดมากของการใช้ “เทศกาล” สร้างมูลค่าให้เมือง
เพราะเมื่อคนเดินทางมา ไม่ได้มีการใช้จ่ายแค่ภายในงาน แต่ยังเกิดรายได้กับโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ร้านค้า และธุรกิจท่องเที่ยวโดยรอบ
จากเทศกาลท้องถิ่นของชาวบาวาเรียเมื่อกว่า 200 ปีก่อน วันนี้ Oktoberfest กลายเป็น Cultural Export ที่หลายเมืองทั่วโลกนำไปจัดในเวอร์ชันของตัวเอง
และปีนี้ กรุงเทพฯ ก็กำลังมีเวอร์ชันของตัวเองเช่นกัน
One Bangkok เตรียมจัด “One Oktoberfest” ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ One Bangkok Park โดยหยิบแรงบันดาลใจจากเทศกาลอันเป็นเอกลักษณ์ของเยอรมนีมาเล่าใหม่ในบริบทของกรุงเทพฯ
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ One Bangkok ไม่ได้พยายามทำให้มันเป็นเพียง “เทศกาลเบียร์เยอรมัน”
เพราะงานถูกวางภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Social Heart of Urban Lifestyle” ผสมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี ศิลปะ และการพบปะสังสรรค์เข้าด้วยกัน พร้อมเตรียมคอนเสิร์ตจากศิลปินและกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ
จุดนี้ทำให้ One Oktoberfest น่าสนใจในมุมธุรกิจขึ้นมาทันที เพราะถ้า Oktoberfest ต้นฉบับใช้เทศกาลสร้างชีวิตให้เมือง Munich สิ่งที่ One Bangkok กำลังทดลองทำ อาจเป็นการใช้ Festival สร้างชีวิตให้กับ “เมืองกลางใจ” ของตัวเอง