รองเท้านารี

 รองเท้านารี

“รองเท้าทุกคู่ล้วนมีเจ้าของ รอแค่ใครสักคนจะสวมมันได้อย่างพอดี”

สี่สาวโสด ตัวแทนความรักที่เปรียบเสมือนรูปแบบต่างๆ ของรองเท้า  จึงต้องออกเดินทางตามหารักที่ใช่  ในแบบของตัวเอง.

………………..

“ทิชา” ดีไซเนอร์ประจำร้านรองเท้าแบรนด์ The Shoes เพิ่งออกแบบรองเท้าในคอลเลคชั่น “Your Identity” จนเป็นที่สนใจของสาวๆ ทุกคน เพราะมีทั้งรองเท้าบู๊ต ส้นสูง ผ้าใบ และรองเท้าแตะ ในคอลเลคชั่นเดียวกัน เธอมองลูกค้าสาวๆ แย่งกันลองรองเท้าไปมา ยากเหลือเกินที่แต่ละคนจะเจอคู่ที่เหมาะสมและพอดี… ซึ่งช่างไม่ต่างจากความรักที่ทั้งเธอและเพื่อนสาวร่วมบ้านเดียวกันอีก 3 คนได้เผชิญกันมาเลย

ทิชาคือสาวสมัยใหม่ที่ดูมั่นใจในตัวเอง แต่อีกมุมหนึ่งเธอคือผู้หญิงรักนวลสงวนตัวและไม่เคยมีแฟน จะมีก็แค่ “อธิป” รุ่นพี่เพื่อนชายคนสนิทที่คอยช่วยเหลือเธอในทุกเรื่อง เขามีบริษัทโฆษณาเล็กๆ แต่กำลังมีชื่อเสียงมาก ทิชามีบ้านหลังใหญ่ที่แม่ของเธอซื้อไว้ให้ในกรุงเทพและอยู่ร่วมชายคากับเพื่อนสาว 3 คน ได้แก่ “วริษา” พีอาร์สาวเปรี้ยวจี๊ด เพื่อนสมัยมัธยมที่ทำงานในร้านเดียวกัน, “น้ำหนาว” ศัลยแพทย์สาวที่เคยผ่าตัดให้ทิชาจนกลายเป็นเพื่อนกัน พร้อมทั้ง “อุษณา” สาวอาร์ตติสท์รักอิสระ น้องสาวของน้ำหนาว ที่มาขอเช่าบ้านอยู่ด้วย

 

Thigh High Boots : บู๊ตเหนือเข่าส้นสูง สัญลักษณ์ของสาวมั่น

“น้ำหนาว” ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่งงานกับ “อนันต์ชัย” เสี่ยร้านประดับยนต์ แต่เมื่อเธอต้องเผชิญความร้ายกาจของ “ซูเฮียง” แม่สามีที่ชอบกดขี่ลูกสะใภ้ และความเจ้าชู้ประตูดินของสามี น้ำหนาวจึงขอหย่า แล้วปฏิวัติตัวเองใหม่กลายเป็นสาวทันสมัย เธอเริ่มเที่ยวบาร์ผู้ชายและได้เจอกับ “กันต์” หนุ่มนักศึกษาหน้าตาดีที่มาหารายได้พิเศษจุนเจือครอบครัว กันต์หลงรักน้ำหนาวเข้าจริงจัง เขาพยายามจะรู้จักเธอมากขึ้น แต่น้ำหนาวย้ำว่าถ้าเขาล้ำเส้นเรื่องส่วนตัว เธอจะเลิกใช้บริการเขาทันที วันหนึ่งน้ำหนาวและกันต์พบกับอนันต์ชัยโดยบังเอิญ อนันต์ชัยตกตะลึงในความสวยของอดีตภรรยาจึงคิดพยายามกลับไปคืนดี แต่ซูเฮียงผู้เป็นแม่ก็ขัดขวางเต็มที่ เมื่อเรื่องนี้เข้าหู “กิมจู” เศรษฐินีเพื่อนของซูเฮียงที่เป็นลูกค้าในบาร์ของกันต์เช่นกัน กิมจูจึงแอบถ่ายรูปขณะที่น้ำหนาวกอดจูบกับกันต์ในบาร์แล้วส่งให้ซูเฮียง ไม่นานรูปใบนั้นก็กลายเป็นใบปลิวแปะทั่วโรงพยาบาลจนน้ำหนาวต้องลาออกจากงาน เธอหนีกลับไปอยู่กับแม่ที่เชียงใหม่และไม่ติดต่อใครอีกเลย แม้กระทั่งกันต์

 

Stilettos : รองเท้าส้นเข็มทรงเสน่ห์ ของสาวเปรี้ยวผู้มีความทะเยอทะยาน

“วริษา” มีความฝันสูงสุดคือการมีแฟนหล่อและรวย เธอคบกับ “พิรุฬห์” แฟนหนุ่มสายเปย์แบบรักๆ เลิกๆ ขณะเดียวกันก็ได้พบกับ “บดินทร์” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดรูปหล่อ ร่ำรวย ตรงสเป็คทุกอย่าง แถมเขาก็แสดงออกว่าสนใจเธอด้วย วริษาเบนเข็มจะตั้งใจคบกับบดินทร์เพราะพิรุฬห์ยังไม่ยอมขอเธอแต่งงานสักที จึงหัดทำอาหารและใส่กล่องไปฝากบดินทร์บ่อยๆ เขาบอกว่าอร่อย ทั้งที่ไม่เคยเปิดกล่องกินเลยสักครั้ง ทั้งคู่แอบคุยกันเงียบๆ    วันหนึ่งพิรุฬห์ได้พบกับ “อรอุมา” เพื่อนเก่าลูกสาวเจ้าของธุรกิจ อรอุมาบ่นถึงความสัมพันธ์ของตัวเองและว่าที่เจ้าบ่าวว่าไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลย ซึ่งแฟนของอรอุมาก็คือบดินทร์นั่นเอง ทั้งพิรุฬห์และอรอุมาจึงเริ่มกังวลว่ากำลังโดนแฟนนอกใจ เขาและเธอพยายามสะกดรอยตามและพบว่าบดินทร์กับวริษาไปเที่ยวปราณบุรีกันสองต่อสอง อรอุมาจับได้คาหนังคาเขา บดินทร์อ้างว่าวริษาเป็นฝ่ายยั่วยวนเขาก่อน ส่วนวริษาบอกพิรุฬห์ว่าเธอไม่ได้มีอะไรกับบดินทร์ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ วริษาเสียใจจนไม่ไปทำงานหลายวัน ในขณะที่บดินทร์ก็ลาออกไป เมื่อน้ำหนาวกลับมาจากเชียงใหม่เพราะจะมาเปิดคลินิกเอง วริษาขอร้องให้เพื่อนพาเธอไปเที่ยวบาร์ผู้ชายบ้าง วริษาได้พบกับ “ดนัย” เพื่อนของกันต์และรู้ว่ากันต์ลาออกไปแล้ว ดนัยและวริษาคุยกันอย่างสนุกสนานและชวนกันไปต่อที่โรงแรม เมื่อทิชา น้ำหนาว และอุษณารู้เข้าก็ตกใจมากจึงรีบตามไป แต่กลับพบว่าวริษาและดนัยช่วยกันวางแผนให้กันต์ซึ่งกำลังรุ่งในฐานะนายแบบอาชีพ ได้มาเจอกับน้ำหนาวอีกครั้ง ทั้งสองกลับมาเข้าใจกันเหมือนเดิม

 

รองเท้าผ้าใบ Canvas สวมสบาย ใส่ง่าย ของสาวคล่องแคล่ว รักอิสระ

“อุษณา” คือน้องเล็กของบ้าน เธอชอบการถ่ายรูปและรักชีวิตที่ไม่มีการผูกมัด วันหนึ่งเธอโดนหัวหน้างานลวนลาม จึงทุ่มเก้าอี้ใส่เขาแล้วประกาศลาออก อุษณาหลบไปเที่ยวเชียงคานคนเดียวเพื่อพักผ่อนและอยากถ่ายภาพไปส่งประกวดก่อนกลับมาหางานใหม่ เธอไม่ติดต่อใครแม้กระทั่ง “ปวิน” แฟนที่เพิ่งคบกันได้ 4 เดือน โดยไปพักกับ “สิณี” เจ้าของที่พักที่เชียงคาน และพบกับ “สิขร” หนุ่มมาดเซอร์ หนวดเครารุงรัง ในสถานการณ์ที่ทำให้ถึงขั้นเกลียดขี้หน้า สิขรเป็นน้องชายของสิณีที่เพิ่งกลับมาจากฝั่งลาวและรักการถ่ายรูปเช่นกัน ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาขณะไปถ่ายรูปด้วยกันที่ภูเรือ เมื่ออุษณาได้เข้าไปในเต็นท์ของสิขร เธอพบว่าเขาถ่ายรูปได้สวยกว่าเธอมาก แถมเขายังมีโบชัวร์งานประกวดถ่ายภาพงานเดียวกับเธอด้วย อุษณาหมั่นไส้สิขรมาพักใหญ่จึงแอบลบรูปในกล้องของเขาทิ้งไป แต่ก็เผลอลืมรองเท้าผ้าใบคู่โปรดของเธอไว้ในเต็นท์นั้นด้วย เมื่อถึงวันงานตัดสินการประกวดภาพถ่าย อุษณาถึงกับช็อคเพราะสิขรคือเจ้าของนิตยสาร ผู้จัดงานประกวดภาพถ่ายครั้งนี้นั่นเอง เธอไม่พอใจที่ภาพถ่ายของตัวเองไม่เข้ารอบและคิดว่าสิขรพยายามเอาคืนแก้เผ็ดเธอ สิขรให้โอกาสอุษณาฝึกงานในฐานะผู้ช่วยช่างภาพ 3 เดือน และหากผลงานผ่าน เขาจะรับพิจารณาเธอเป็นพนักงานบริษัท อุษณาอยากจะมีโอกาสแบบนี้มานานแล้ว จึงรีบตกลงทันที แม้ว่าเธอจะโดนสิขรกลั่นแกล้งสารพัด แต่ก็มุ่งมั่นจะพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง วันหนึ่งเมื่ออุษณาไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล เธอบอกเลิกกับปวินเพราะรำคาญที่เขาคอยตัดพ้อว่าเธอไม่ค่อยใส่ใจในฐานะแฟน สิขรแอบได้ยินและรู้สึกว่าอุษณานิสัยคล้ายเขามาก เมื่อหายป่วย อุษณาไปขอรองเท้าคู่โปรดของเธอคืนที่ห้องพักของสิขร ทั้งคู่ดื่มเหล้าและเผลอจูบกัน แต่สิขรเคลิ้มและพูดชื่อ “ทิพย์” ออกมา อุษณาโกรธมากจึงชกเข้าที่จมูกเขาแล้วหนีไป สิขรตามง้อและเล่าความจริงให้เธอฟังว่าทิพย์คือแฟนเก่าที่เลิกกันไปเพราะเขาไม่มีเวลาให้ และเมื่อเขาอยากกลับไปคืนดี ทิพย์ก็ประสบอุบัติเหตุจากไปเสียก่อน อุษณาเข้าใจเรื่องทั้งหมด แม้ว่าใจจริงเธอจะชอบสิขรมาก แต่กลับบอกไปว่าเธออาจจะไม่เหมาะกับเขา แล้วก็หายไป สิณีให้กำลังใจสิขรว่าเมื่อเจอคนที่ใช่แล้ว ก็ไม่น่าปล่อยให้หลุดลอยไป เขาจึงไปง้ออุษณาที่บ้านและบอกข่าวดีว่าจะรับเธอเข้าทำงาน โดยมีช่วงโปรโมชั่นคือการไปทดลองงานถ่ายรูปด้วยกันที่เนปาล อุษณาตอบตกลงทันที

 

รองเท้าแตะ Sandal เส้นสายรัดตรึง กับสาวขี้กลัว

เมื่อบดินทร์ลาออก บริษัทของทิชาจึงรับ “ศรัยฉัตร” แฟชั่นนิสต้าเรื่องรองเท้าเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดแทน ศรัยฉัตรไม่ชอบทิชาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งตำหนิ จับผิด และแก้งานของทิชาตลอด เป็นช่วงเดียวกับที่บริษัทจะจัดงานแฟชั่นวีคและได้จ้างอธิปเป็นออแกนไนซ์เซอร์ผู้จัดงานให้ ศรัยฉัตรถูกใจอธิปที่ขยัน หน้าตาดี มีความสามารถ จึงพยายามตีสนิทเขามากขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่ทิชาเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เห็นอธิปคุยกับผู้หญิงอื่น ส่วนอธิปที่กำลังคบกับ “แซมมี่” สาวพริตตี้เงินล้าน เขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายการดินเนอร์กับเธอและคิดถึงการกินบุฟเฟต์กับทิชามากกว่า ด้าน “ทักษิณา” แม่ของทิชาเริ่มเห็นว่าลูกสาวควรมีคู่ได้แล้ว จึงนัดแนะให้ทิชากลับต่างจังหวัดเพื่อไปเจอกับ “อาหลง” ลูกชายของเพื่อน ทิชากลับมาบอกวริษาว่าอาหลงเป็นผู้ชายที่น่าเกลียดมาก วริษาได้ยินดังนั้นจึงไปบอกอธิป เขารีบเสนอตัวเป็น “ไม้กันหมา” ให้ทิชาทันที ทักษิณาเดินหน้าด้วยการพาอาหลงมาพักที่บ้านของทิชา อธิปไม่ยอมจึงแกล้งหอบเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยอีกคน วริษาพบว่าอาหลงไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่ทิชาเคยบอกเลย แถมยังเป็นนักเรียนนอกและมีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจอีกต่างหาก เธอจึงทำความรู้จักและพูดคุยกับอาหลงอย่างถูกคอ วริษาผู้เคยพลาดตกจากส้นสูงจนเท้าพลิกมาแล้ว เพิ่งรู้ตัวว่ารองเท้าที่ดีไม่จำเป็นต้องสูงหรือสวยหรูเสมอไป ขอแค่ไม่กัดเท้า ใส่ได้นานและทนเป็นพอ ด้านทิชาและศรัยฉัตรขัดแย้งกันมากขึ้นทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจ แต่สุดท้ายอธิปก็เลือกสารภาพว่าที่ผ่านมานั้น เขาหลงรักทิชามาตลอด

ทิชาผู้หวาดกลัวความรักมาตลอดชีวิต จะได้เป็นซินเดอเรลล่าของเจ้าชาย

หรือเธอจะกลายเป็นรองเท้าตกรุ่น ที่ยังถูกวางอยู่บนชั้นจนฝุ่นเขรอะกันแน่?

 

“ผู้ชายก็เหมือนรองเท้า ถ้าเลือกดีเราก็เดินสบาย แต่ถ้าเลือกผิด เราก็โดนกัดจบเจ็บไปหมด…”  สี่สาวโสดกับความรักสี่รูปแบบ ที่ออกตามหาความรักในแบบที่ใช่ให้กับตัวเอง สนุก เข้มข้น ครบรส แน่นอน ห้ามพลาดเด็ดขาด! ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 22.00 น. เริ่ม 19 ตุลาคมนี้

keyboard_arrow_up