หมอแล็บแพนด้า นักเทคนิคการแพทย์สุดเกรียนบนโลกออนไลน์ มาให้ความรู้ทางหน้าจอทีวี

หมอแล็บแพนด้า นักเทคนิคการแพทย์สุดเกรียนบนโลกออนไลน์ มาให้ความรู้ทางหน้าจอทีวี

ในโลกโซเชียลออนไลน์ตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า โดยผู้ดูแลเพจนี้ก็คือ ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ หมอแม็กซ์ นักเทคนิคการแพทย์สุดเกรียนบนโลกออนไลน์ โดยเพจ หมอแล็บแพนด้า จะนำเสนอสาระความรู้ รวมถึงเตือนภัยด้านสุขภาพถึงความเชื่อผิดๆ โดยมีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย สนุกสนาน มีคนกดไลค์ 1 ล้านกว่าคนแล้ว ขนาดอยู่บนออนไลน์ยังเกรียนขนาดนั้น ตัวจริงจะเป็นอย่างไร ลองไปดูกันค่ะ

ขอนิยามคำว่า หมอแล็บแพนด้า สั้นๆ ที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้
หมอแล็บแพนด้า ก็คือนักเทคนิคการแพทย์ “จบ” (ฮา) จริง ๆ หมอแล็บแพนด้า ก็คือนักเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเราจะเรียกสั้น ๆ ว่า “หมอแล็บ” ส่วนแพนด้า จะมีขอบตาที่ดำนิดนึง เพราะว่าอยู่เวรดึก จึงเป็น ซิกเนเจอร์ ของหมอแล็บ

ขอบตาดำทำขึ้นเองหรือเปล่า
เอาถ่านทาทุกเช้าก่อนมาทำงานมั้ง (ฮา) คนอยู่เวรเยอะ ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกันแบบนี้แหละครับ

ตัวตนของหมอแล็บ กับ นักเทคนิคการแพทย์ภาคภูมิ แตกต่างกันไหม?
ไม่เลยครับ เราเป็นแบบนี้แหละ… เป็นยังไงวะ (ฮา) ก็เป็นงี้แหละครับ เป็นคนสนุกสนาน อยู่กันแบบไม่เครียด

ทำไมถึงกลายเป็นเพจหมอแล็บแพนด้า
มีความตั้งใจครับว่าจะทำเพจเพื่อโปรโมทวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จากนั้นมาเราก็เริ่มเปลี่ยนวัตถุประสงค์มาเรื่อย ๆ ซึ่งวัตถุประสงค์ล่าสุดของเราตอนนี้คือ การเน้นให้ความรู้กับประชาชนในแบบฉบับง่าย ๆ

เรื่องราวที่พีคที่สุด
จะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่นิยมทำขึ้นมา หรือมีการโฆษณาเกินจริง เพื่อที่จะหลอกขายให้ประชาชน ซึ่งมีเยอะมาก ๆ ในปัจจุบัน

กลัวโดนฟ้องมั้ย
กลัวครับ (ยิ้มแห้ง ๆ) ก็ขึ้นศาลมาแล้วสองครั้ง (ฮา) แต่ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ การทำความดีก็ต้องเริ่มจากที่ตัวเรา ถ้าผมไม่เริ่ม คนอื่นก็ไม่เห็นตัวอย่าง ผมอยากให้เยาวชนเขาเห็น หมอแล็บแพนด้า ตีแผ่เรื่องราวต่าง ๆ และพูดความจริงให้ความรู้ประชาชน รับทราบครับ

เคยรู้สึกท้อบ้างไหม
รู้สึกท้อตอนที่เราโดนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โจมตี ด่าทอ หรือมีการขู่ เราก็รู้สึกท้อถอยบ้าง แต่เราก็ต้องกลับไปมองวัตถุประสงค์ของเรา ว่าเราต้องการให้ความรู้ประชาชนอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีอุปสรรคบ้าง และเมื่อเห็นวัตถุประสงค์ที่เราทำก็ไม่ท้อครับ

เรื่องหนักสุดที่เจอบนเพจ
เรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลนี่แหละครับ พอเราให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับยาหรือผลิตภันฑ์ลดน้ำหนัก ก็มีการฟ้องร้องกันขึ้น

เคยคิดมั้ยว่าชีวิตนี้จะโดนฟ้อง
ไม่เคยคิดเลย (ฮา) ไม่เคยคิดว่าจะต้องโดนอะไรแบบนี้เลยครับ เราคิดแต่จะให้ความรู้ประชาชน ทำให้ประชาชนสนุกวันที่หมายศาลมาบ้าน คือวันที่เครียดที่สุดแล้ว รู้สึกแบบ…เฮ้ย อะไรวะเนี่ย ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย โดนฟ้องเป็นหลายล้านเลยครับ (ทำหน้าเครียด)

เพื่อนร่วมเพจให้กำลังใจไหม
ต้องบอกว่า น่ารักมากเลยครับ” ทุกคนให้กำลังใจเยอะมาก ประชาชนเขาค่อนข้างเข้าใจ ว่าเราทำเพื่ออะไร จนเขาอยากรู้ว่าผลิตภัณฑ์ไหนที่ฟ้องเรา

คำถามจากลูกเพจส่วนใหญ่ จะเป็นคำถามเกี่ยวกับอะไร
ตอนนี้มีสองแบบ แบบแรกคือ ถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ว่าใช้ได้ดีจริงหรือเปล่า เขาถูกหลอกหรือเปล่า จะส่งเข้ามาเต็มเลยครับ อย่างที่สองคือ กลุ่มวัยรุ่น ที่เข้ามาถามเกี่ยวกับเพศศึกษาที่เขายังไม่ทราบ เช่น กินยาคุมยังไง หลั่งนอกท้องหรือเปล่า (คิดแปปนึง) ซึ่งหลั่งนอกท้องหรือเปล่าเนี่ย เป็นคำถามที่ส่งมาเยอะมากเลยนะครับ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมีคุณแม่วัยใสเพิ่มขึ้นเยอะมาก

มีคนถามเรื่องโรคแปลก ๆ ในเพจบ้างไหม
อืมมมม…ม ส่วนใหญ่เราจะไม่วินิจฉัยโรคผ่านทาง inbox เพราะมันเป็นจรรยาบรรณของเรา การวินิจฉัยโรคต่าง ๆ เราไปที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ตรวจคัดกรองอย่างละเอียด แต่ถ้าถามเรื่องโรคแปลก ๆ ส่วนใหญ่มันมักเกิดจากการมโนเอา จับแพะชนแกะ มันคือการหลอกชาวบ้าน เอาโรคนั้นมาผสมโรคนี้ เอาภาพนั้นมาผสมกับภาพนี้ เอาภาพจากอินโดฯ มาผสมภาพไทย ให้มันดูน่ากลัว เพื่อจะทำให้ยอดไลค์ตัวเองเยอะ ๆ แล้วมีคนแชร์ไปมาก ๆ ประมาณว่ามีโรคแบบนี้ด้วยเหรอ

เวลาเจอข่าวแบบนี้ ทางเพจหาคำตอบหรือคัดกรองข้อมูลอย่างไร?
จะดูจากงานวิจัยเป็นอันดับแรก เพราะงานพวกนี้มีความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตำราต่าง ๆ ที่ยังไม่เก่า เป็นตำราที่ทันสมัย ขั้นที่สองคือเราจะมีกลุ่มแชทของเรา ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ 4-5 ท่าน เราจะคุยกันทุกเช้า เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ว่าแต่ละคนมีความเห็นอย่างไร ในมุมของแพทย์คิดเห็นอย่างไร ในมุมนักวิทยาศาสตร์คิดอย่างไร จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผล นำไปบอกลูกเพจในสไตล์ของเพจเรา

เรื่องที่ทำให้สตั้นท์ที่สุด
น่าจะเป็นเรื่องความเชื่อต่าง ๆ ของคนไทย ซึ่่งเราจะสตั้นท์เวลาเห็นคนมาคอมเมนท์ และรู้สึกว่าเขาเชื่อเรื่องนี้มาก ๆ จนไม่มีอะไรมาลบล้างความเชื่อของเขาได้ เหมือนที่เขาเชื่อว่ามีพญานาคเลื้อยบนรถ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่หาอะไรมาลบล้างได้ยาก และก็เป็นเรื่องที่เราพูดยาก พูดยังไงให้คนไม่แอนตี้ อันนี้แหละครับที่ยาก

ทำไมถึงตัดสินใจรับมาเป็นพิธีกรของทางช่อง
อ่อ เขาตื๊อครับ (ฮา) ก็เลย อ่ะ ๆ ไหน ๆ ก็ตื๊อขนาดนี้ เลยลองมาทำดูครับ อีกอย่างคือเราก็จะได้ให้ความรู้ประชาชนด้วย ก็เลยลองสักครั้ง

คิดว่าผู้ชมจะได้อะไรบ้างหลังจากชมรายการ
ไม่ได้อะไรเลย (ฮา) ได้ดิ ได้ความรู้กลับไป แล้วก็นำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง หรือความเชื่ออะไรที่เคยเชื่อมาผิด ๆ จะได้เข้าใจได้ถูก ที่สำคัญคือดูแล้วต้องง่าย ๆ เข้าใจง่าย และสนุกด้วย

มีวิธีอย่างไรที่จะทำให้รายการทีวีนี้บูมขึ้นมา
เอาระเบิดไปวางมั้ง!! (ฮา) งานนี้ก็ต้องช่วยกันคิดครับ ว่าจะนำประเด็นไหนมาเสนอสังคม แล้วนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างอย่างไรไม่ให้เหมือนชาวบ้านเขา ไม่ให้เหมือนรายการสุขภาพอื่น ๆ ที่ทำออกมาแล้วไม่มีคนดู หรือคนดูน้อย เราจะนำมาทำให้คนดูเพิ่มขึ้นมาก ๆ เพราะเรื่องแบบนี้ถ้าคนดูเยอะ มันก็จะได้ประโยชน์กับประชาชนเยอะ

ทำไมถึงคิดว่าสุขภาพเป็นเรื่องน่าเบื่อ
มันเป็นเรื่องที่ยาก เรื่องสุขภาพมันเป็นเรื่องที่มีความรู้มาเกี่ยวข้อง การที่จะทำให้สุขภาพเราดี บางอย่างก็เป็นเรื่องง่ายจริงครับ สามารถบอกได้ง่าย ๆ เลย แต่บางอย่างมันเป็นกลไก เป็นระบบของร่างกาย ซึ่งมันอธิบายยาก ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่าจะหาวิธีการไหนมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ เพราะถ้าพูดแบบศัพท์วิชาการไปเลยเนี่ย เราพูดได้ แต่ประชาชนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะเขาเป็นผู้รับสาร ฉะนั้นเราต้องพูดให้เป็นภาษาเดียวกันกับเขา แล้วทุกอย่างก็จะง่าย ไม่น่าเบื่อ ทีนี้เราก็เอาความสนุกเข้ามาผสมด้วย รายการมันก็จะน่าดูยิ่งขึ้น

แอบได้ข่าวมาว่าในรายการ จะมีการทดลองให้ดูด้วย
ใช่ ๆ เราจะมีการทดลองง่าย ๆ ให้ชมกันจะ ๆ เฉพาะในส่วนที่ทดลองได้นะ เราก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง ได้เห็นผลที่ประจักษ์ มันถึงเป็นที่มาของ ดูแล้วอ๋อ เพราะหมอแล็บ”

สุดท้ายมีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอะไรจะฝากถึง เจี๊ยบ กับ จ่า ไหมเอ่ย
ก็มีแต่คำชมครับ เพราะเขาดูแลสุขภาพกันดีมาก ๆ เลย อย่าง เจี๊ยบ เมื่อก่อนเขาสูบบุหรี่เป็นคอตตอน ๆ สูบกันแบบมวนต่อมวน แต่ตอนนี้เขาเลิกขาดได้แล้วนะครับ เกือบสองปีแล้ว ที่เขาทำได้ ส่วน ดราม่า แอดดิก เนี่ย เขาเป็นเบาหวาน เป็นจนวูบ แล้วก็ต้องลาออกจากการเป็นแพทย์ แล้วเขาก็กลับมาดูแลสุขภาพได้ดีมาก ๆ มีการฟิตเนส ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร จนตอนนี้ระดับของน้ำตาลในเลือดลดลงจนเกือบเป็นปกติแล้ว

ท้ายสุดฝากติดตามชมรายการ “อยู่เป็นลืมป่วย Season 4” เดือนมกราคม 2561 ช่องอมรินทร์ทีวี 34 

keyboard_arrow_up