
กรุงเทพฯ 14 ตุลาคม 2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย Secretary-General Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ร่วมเปิดงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้แนวคิด “Designing Capital for the Future” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Affiliated Programme) ของการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) จัดโดย BRANDi and Companies และ BiOST, Institute of Systematic Transformation ณ NEX Hall ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ โดยงานดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้นำภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ในการกำหนดทิศทางการจัดสรรทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ผ่านทุน 5 มิติ ได้แก่ ทุนเพื่อความมั่นคง (Capital for Security) ทุนเพื่อการพัฒนาคน (Capital for People) ทุนเพื่อการเติบโต (Capital for Growth) ทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Capital for Transition) และทุนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน (Capital for Resilience) เพื่อสร้างความมั่นคง ยกระดับศักยภาพคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ (Special Address) ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาทักษะและศักยภาพของประชาชน การลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการกระจายความเสี่ยงด้านการค้า พลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ที่นำไปสู่การจ้างงาน รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
Secretary-General Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กล่าวถึงศักยภาพของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ความผันผวนด้านพลังงาน และสังคมสูงวัย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจที่รักษาเสถียรภาพและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาทักษะของประชาชน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการยกระดับมาตรฐานนโยบายและสถาบันผ่านกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย
นายปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies และ Chief Sustainomist, BiOST, Institute of Systematic Transformation ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวปูบริบทของงาน (Context Framing Address) โดยชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการระดมทุนเพื่อสร้างการเติบโต แต่คือการเปลี่ยนทุนให้เป็นขีดความสามารถที่รองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกที่เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงเชื่อมโยงกันมากขึ้น จึงจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการจัดสรรทุนให้ครอบคลุมทั้ง 5 มิติ ได้แก่ ทุนเพื่อความมั่นคง (Capital for Security) ทุนเพื่อการพัฒนาคน (Capital for People) ทุนเพื่อการเติบโต (Capital for Growth) ทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Capital for Transition) และทุนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน (Capital for Resilience) เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้คน ธุรกิจ และสังคม
ทั้งนี้ FUTURE-READY ECONOMY 2026 ได้รับการสนับสนุนจาก พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partners) ทั้ง 8 องค์กร ได้แก่ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์เกาหลี (Korea Asset Management Corporation: KAMCO) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ได้ทาง Facebook: Futuready และ BRANDi และ LinkedIn: BRANDi และ BiOST
Advertisement