
วิกฤตอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ไม่เพียงสร้างความเสียหายในระยะสั้น เพราะสำหรับธุรกิจ “น้ำลด” ไม่ได้หมายความว่า “วิกฤตจบ” ความเสียหายต่อเครื่องจักร สินค้า วัตถุดิบ หรือสถานประกอบการ อาจส่งผลต่อเนื่องถึงรายได้ กระแสเงินสด การจ้างงาน รวมถึงคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่แม้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่ความเสียหายของผู้ประกอบการเพียงหนึ่งรายอาจส่งผลเป็นลูกโซ่ไปยังคู่ค้า พนักงาน ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ให้บริการขนส่ง และธุรกิจอื่น ๆ ในห่วงโซ่เดียวกัน การช่วยให้ธุรกิจหนึ่งรายกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็วที่สุด จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้ธุรกิจนั้นฟื้นตัว แต่ยังช่วยลดผลกระทบที่อาจขยายวงกว้างออก
ด้วยความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว EXIM BANK จึงวางแนวทางการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Relieve บรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน Recovery ฟื้นฟูและประคับประคองธุรกิจ Restart ช่วยให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าต่อได้เร็วที่สุด ไปจนถึง Resilience เสริมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต โดยปรับรูปแบบความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของผู้ประกอบการแต่ละราย
ในช่วงวิกฤตสิ่งสำคัญคือ ความช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่จริง ๆ เมื่อ EXIM BANK ทราบว่าพื้นที่เขตบางกะปิ โดยเฉพาะชุมชนแฟลตคลองจั่น ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก จึงประสานไปยังโรงเรียนบ้านบางกะปิ ซึ่งปรับพื้นที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อสอบถามความต้องการเร่งด่วนของผู้ประสบภัย และจัดส่งความช่วยเหลือให้ตรงกับสถานการณ์ในพื้นที่มากที่สุด
ซึ่งมีผู้ประสบภัยทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็ก ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งยังคงอาศัยอยู่ในชุมชนแฟลตคลองจั่นและไม่สามารถออกมาจัดหาเสบียงได้ เนื่องจากระดับน้ำยังคงท่วมสูง ความต้องการเร่งด่วนในขณะนั้นจึงเป็นอาหาร โดยเฉพาะวัตถุดิบอย่างไข่ไก่และข้าวสารสำหรับประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย
จากความต้องการดังกล่าว EXIM BANK จึงเร่งจัดเตรียมถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็น พร้อมประสานการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนกำลังพล รถทหาร และเรือจากกองทัพภาคที่ 1 เพื่อนำความช่วยเหลือไปส่งมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านบางกะปิ
สำหรับภาคธุรกิจ ผลกระทบจากอุทกภัยไม่ได้จบลงเมื่อน้ำลด เพราะความเสียหายอาจยังคงอยู่ทั้งในรูปของทรัพย์สินที่ต้องซ่อมแซม สินค้าที่เสียหาย วัตถุดิบที่ขาดแคลน และการผลิตที่หยุดชะงัก ขณะที่รายได้อาจลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและการดำเนินธุรกิจยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านกระแสเงินสดและสภาพคล่อง
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า ธนาคารได้เร่งให้ความช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงินแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยพิจารณามาตรการให้เหมาะสมกับระดับความเดือดร้อนและความจำเป็นของลูกค้าแต่ละราย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถ ตั้งหลัก รักษาสภาพคล่อง และประคับประคองธุรกิจในช่วงฟื้นตัว
มาตรการของ EXIM BANK ครอบคลุมทั้งการยืดหนี้ ขยายตั๋ว และปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการเติมสภาพคล่องด้วยวงเงินชั่วคราวเพิ่มขึ้น 20% ของวงเงินเดิม โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับบริหารจัดการภาระที่เกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจได้รับผลกระทบ เพราะในช่วงฟื้นตัว เงินทุนไม่ได้มีความหมายแค่ชำระค่าใช้จ่าย แต่ยังหมายถึงเวลาและโอกาสที่ธุรกิจจะได้ตั้งหลักก่อนกลับมาเดินหน้าได้
เมื่อธุรกิจสามารถตั้งหลักด้านการเงินได้แล้ว โจทย์สำคัญต่อไปคือการทำอย่างไรให้วงจรธุรกิจกลับมาทำงานอีกครั้ง เพราะสำหรับผู้ประกอบการการกลับมาเปิดกิจการไม่ได้หมายถึงเพียงการเปิดประตูสำนักงานหรือโรงงาน แต่ต้องทำให้กระบวนการต่าง ๆ กลับมาทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าและการสร้างรายได้กลับคืนมา นี่คือความหมายของ Restart
สำหรับ EXIM BANK การช่วยเหลือจึงไม่ได้สิ้นสุดเมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินคลี่คลาย แต่ยังติดตามสถานการณ์และความต้องการของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุนสอดคล้องกับทุกช่วงเวลาของการฟื้นตัว รวมถึงการต่อยอดสร้าง Resilience เสริมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตอีกด้วย
“น้ำลดคือจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวิกฤต EXIM BANK จึงมุ่งช่วยให้ธุรกิจกลับมาเดินเครื่องและสร้างรายได้ให้ได้เร็วที่สุด พร้อมเสริมความพร้อมให้ธุรกิจรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต” นายชลัช กล่าว
การทำให้ EXIM BANK สามารถดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการได้อย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤต จำเป็นต้องเริ่มจากการดูแล “คน” ในองค์กรด้วยเช่นกัน EXIM BANK จึงให้ความสำคัญกับพนักงานและครอบครัวของพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเร่งสำรวจระดับความเดือดร้อนและจัดความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี
ธนาคารได้จัดทีมออกไปจัดส่งถุงยังชีพให้แก่พนักงานกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงในเบื้องต้น พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานสำหรับพนักงานที่ประสบปัญหาการเดินทาง เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว เพราะความพร้อมของ “คน” ของเราเอง เริ่มต้นจากการทำให้คนในองค์กรสามารถผ่านวิกฤตและกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองได้เช่นกัน
จากประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ผู้ประกอบการที่ต้องการสภาพคล่องเพื่อประคับประคองธุรกิจ และพนักงานที่ได้รับผลกระทบ ทุกการดำเนินงานช่วยเหลือของ EXIM BANK มีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้แต่ละคนแต่ละธุรกิจกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง
เพราะในวันที่ต้องเผชิญกับวิกฤต การมีอีกหนึ่งแรงเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนหนึ่งคน ครอบครัวหนึ่งครอบครัว หรือธุรกิจหนึ่งธุรกิจ สามารถประคับประคองตัวเองผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และกลับมาเดินหน้าต่อได้
สำหรับ EXIM BANK การเป็น “Export Co-Pilot” จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในวันที่ผู้ประกอบการกำลังมองหาโอกาสเติบโตหรือขยายธุรกิจ แต่ยังรวมถึงวันที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทาย เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถผ่านอุปสรรคและกลับมาเดินหน้าต่อได้ เพราะปลายทางของการช่วยเหลือ ไม่ใช่เพียงวันที่น้ำลดแต่คือวันที่เดินเครื่องได้อีกครั้งอย่างแข็งแกร่ง
Advertisement