
อาการปวดเข่าอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่หากความปวดนั้นรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นลงบันได การลุกนั่ง หรือแม้กระทั่งมีอาการปวดในขณะที่นอนพัก นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ที่การรักษาด้วยการรับประทานยาหรือกายภาพบำบัดอย่างเดียวไม่ได้ แพทย์จึงพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง บทความนี้เราได้ข้อมูลดี ๆ จากโรงพยาบาลจุฬารัตย์ 9 แอร์พอร์ต ไปดูกันว่าการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเหมาะกับใคร มีข้อดีอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา
หลายคนมักทนปวดและหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเพราะความกลัว แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ข้อเข่าผิดรูปและรักษายากขึ้น โรงพยาบาลจุฬารัตย์ 9 แอร์พอร์ตได้ให้ข้อมูลไว้ว่า หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการผ่าตัด
• ปวดเรื้อรังจนกระทบการใช้ชีวิต มีอาการปวดเข่าอย่างรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐานได้ เช่น การเดินไปตลาด การขึ้นลงบันได หรือแม้แต่การยืนทรงตัวด้วยตัวเองจนต้องมีคนคอยพยุง
• ปวดแม้ในขณะพัก ไม่ใช่แค่ปวดตอนใช้งาน แต่มีอาการปวดรบกวนแม้ในขณะนั่งพักหรือนอนหลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ
• รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล แพทย์ได้รักษาแบบประคับประคองมาแล้ว ทั้งการทำกายภาพบำบัด การฉีดยา หรือการใช้แก้ปวดและยาลดการอักเสบเป็นเวลานาน แต่ไม่ทำให้อาการดีขึ้น
• ข้อเข่าผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด มีอาการขาโก่งผิดรูป ข้อเข่าติดแข็ง เคลื่อนไหวได้จำกัด เหยียดขาได้ไม่สุด และไม่สามารถงอเข่าได้เกิน 90 องศา
• กระดูกอ่อนถูกทำลายขั้นรุนแรง ภาพถ่ายทางรังสี (X-ray) บ่งชี้ว่ากระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าถูกทำลายไปมากจนกระดูกแข็งเสียดสีกันโดยตรง
การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไม่ได้หมายความว่าใครปวดเข่าก็สามารถผ่าตัดได้ทันที แต่จะต้องผ่านการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล โดยกลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ได้แก่
• ผู้ป่วยวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ (อายุ 50-60 ปีขึ้นไป) เนื่องจากเป็นวัยที่มักมีภาวะข้อเข่าเสื่อมตามวัย และไลฟ์สไตล์มักไม่ได้สมบุกสมบันมากนัก
• ผู้ป่วยที่ยินดีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังผ่าตัด ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดจะต้องงดกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง งดเล่นกีฬาที่มีการปะทะ หรือหลีกเลี่ยงการยกของหนัก เพื่อยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าเทียม
แม้ว่าการผ่าตัดข้อเข่าเทียมจะช่วยให้กลับไม่ให้มีอาการปวด และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุน้อยเกินไป เพราะข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 15-20 ปี หากผ่าตัดตั้งแต่อายุน้อย อาจทำให้ต้องเผชิญกับการผ่าตัดซ้ำเพื่อเปลี่ยนข้อเข่าใหม่ในอนาคต รวมทั้งวัยรุ่นหรือวัยทำงานมักมีกิจกรรมที่ใช้ข้อเข่าหนัก ซึ่งจะทำให้ข้อเข่าเทียมสึกหรอเร็วกว่ากำหนด
นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระดูกรุนแรง เช่น ภาวะกระดูกพรุนขั้นรุนแรง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคกระดูกอ่อนไม่แข็งแรง กลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากแพทย์ ทั้งในขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
การตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มีข้อดีในหลาย ๆ ด้านที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ ดังนี้
• ลดความเจ็บปวด เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อนำผิวข้อที่เสื่อมสภาพออกไป อาการปวดที่เคยทรมานก็จะดีขึ้น
• แก้ไขความผิดรูป ช่วยปรับแก้โครงสร้างกระดูก ขาที่เคยโก่งงอจะกลับมาตรงและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
• เพิ่มความมั่นคงในการเดิน การผ่าตัดข้อเข่าเทียม จะช่วยให้มีความมั่นคงแข็งแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินลงน้ำหนักได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวเข่าทรุด
• ยกระดับคุณภาพชีวิต เมื่อไม่ปวดและเดินได้ปกติ ก็จะช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นตามไปด้วย สามารถกลับไปเข้าสังคม ท่องเที่ยว และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการผ่าตัดขึ้นอยู่กับแพทย์ร่วมด้วย เพราะต้องมีการวางแผนก่อนผ่าตัดอย่างละเอียดรอบคอบ การจัดวางตำแหน่งผิวข้อเข่าเทียมให้แม่นยำ รวมถึงการปรับความตึงของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าให้สมดุล
หลายคนมักตั้งคำถามว่าผ่าตัดไปแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ ข้อเข่าเทียมจะอยู่ได้กี่ปี?
จากข้อมูลงานวิจัยในวารสารวิชาการทางการแพทย์ พบว่าอายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมนั้นยาวนานมาก โดยประมาณ 82% ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (TKR) จะสามารถใช้งานได้นานถึง 25 ปี และประมาณ 70% ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพียงบางส่วน (UKR) ก็สามารถใช้งานได้นาน 25 ปีเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการใช้งานขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน
เหมาะกับผู้ป่วยวัย 50-60 ปีขึ้นไปที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ไม่แนะนำในผู้ที่อายุน้อยเกินไป เพราะข้อเทียมมีอายุการใช้งานจำกัด และอาจต้องผ่าตัดซ้ำ
ข้อเข่าเทียมส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานยาวนาน 15-25 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน การดูแลรักษา และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูงร่วมด้วย
เล่นได้เฉพาะกีฬาไร้แรงกระแทก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดิน ควรงดกีฬาที่มีการกระโดด วิ่ง หรือปะทะรุนแรง เพื่อยืดอายุข้อเข่าเทียม
ข้อเข่าและกระดูกของมนุษย์เป็นอวัยวะที่เสื่อมสภาพลงเมื่ออายุมากขึ้น ยิ่งใช้งานอย่างหนัก และดูแลไม่ได้ก็จะยิ่งเสื่อมเร็วกว่าปกติ หากคุณเพิ่งเริ่มมีอาการปวดเข่า การดูแลตัวเองเบื้องต้น เช่น การคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการบริหารกล้ามเนื้อขา อาจช่วยชะลอความเสื่อมได้
แต่หากข้อเข่าเสื่อมเข้าสู่ระยะรุนแรง การทนเจ็บปวดต่อไปอาจไม่ใช่ทางออกที่ดี การปล่อยทิ้งไว้นานจะยิ่งทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จึงเป็นทางเลือกในการรักษาที่ปลอดภัย เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว
Advertisement