
จากเทรนด์ความงามที่กำลังเปลี่ยนจากการแต่งหน้าแบบปรุงจัด สู่ลุคเบา ๆ เป็นธรรมชาติ ที่เกิดเป็นกระแสแต่งหน้าปรุงจืดที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกโซเชียล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงนำแนวคิด “ปรุงจืด” จากเทรนด์ความงาม มาต่อยอดเป็นเทรนด์ใหม่ของการดูแลสุขภาพ เกิดเป็น “ตลับปรุงจืด” เครื่องมือที่ชวนคนไทยเปลี่ยนจากการปรุงจัด สู่การปรุงน้อยลงในทุกมื้ออาหาร และมุ่งสู่เป้าหมายที่ดีที่สุดคือ “ไม่ปรุงเลย”
เพราะในปัจจุบัน พฤติกรรมการติดปรุงของคนไทย เพื่อให้ได้รสชาติอาหารที่ถูกปาก เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไต ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของคนไทย
“ตลับปรุงจืด” จึงถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็น และควบคุมปริมาณการปรุงของตัวเองได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งเป็นช่องสำหรับเครื่องปรุงแต่ละชนิด และกำหนดปริมาณไว้ที่ ¼ ช้อนชาต่อชนิดต่อมื้อเพื่อให้การลดปรุงเป็นเรื่องที่จับต้องได้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
สื่อสารผ่านวิธีใช้ คือ ชิมก่อนปรุงทุกครั้ง และเมื่อต้องการปรุงเพิ่ม ให้ตวงเฉพาะเครื่องปรุงที่ต้องการ โดยใช้ 1 หลุมต่อ 1 ชนิด และไม่ให้เกินขอบตลับ ช่วยให้ผู้ใช้เห็นปริมาณที่กำลังจะเติมลงในอาหารก่อนปรุงจริง จากนั้นค่อย ๆ ลดปริมาณการปรุงอย่างต่อเนื่อง 21 วัน ร่างกายจะเริ่มปรับตัวและคุ้นชินกับรสชาติที่ปรุงน้อยลง โดยมีเป้าหมายคือการ “ไม่ปรุงเลย” ดีที่สุด
และเพื่อสร้างกระแสให้เข้าถึงกลุ่มสาวๆ และคนรุ่นใหม่ สสส. จึงสื่อสารผ่าน Beauty Creator และ Content Creator หลากหลายสาย ที่ร่วมกันรีวิว ตั้งแต่ดีไซน์ วิธีใช้งาน ไปจนถึงการทดลองใช้จริงในแต่ละมื้อ พร้อมสอดแทรกความรู้เรื่องการลดปริมาณการปรุง เพื่อทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในทุกมื้อ
“ตลับปรุงจืด” จึงไม่ใช่แค่ตลับสำหรับตวงเครื่องปรุง แต่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจาก “ปรุงจัด” สู่ “ปรุงจืด” และจาก “ปรุงน้อย” สู่วันที่ “ไม่ต้องปรุงเลย” เปลี่ยนเทรนด์ปรุงจัด ให้เป็นเทรนด์ปรุงจืด ลดปรุง ลดโรค จาก สสส
อ้างอิง
• พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทย จาก สสส. https://www.thaihealth.or.th/content-detail/bf6ca1e6-6189-4ffa-a46e-652b0eafc928
• อัตราส่วนการบริโภคโซเดียมต่อวันตามคำแนะนำ https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/microsite/icando/Eating/ลดเค็ม-ลดโรค/content/4534
Advertisement