Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไทยเบฟ-จุฬาฯ ผนึกกำลังขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ไทยเบฟ-จุฬาฯ ผนึกกำลังขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

1 ก.ค. 69
16:47 น.
แชร์

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผนึกความร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน มุ่งขยายผลด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลลัพธ์และประโยชน์สู่ประชาชนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และการเสริมสร้างศักยภาพคนในชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

โดยความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถขยายผลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ

พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ริเริ่มโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” และประธานกรรมการ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วยคณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะผู้บริหารไทยเบฟ และบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายฐาปน กล่าวว่า ไทยเบฟน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

พร้อมระบุว่า ไทยเบฟพร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ

โดยได้ดำเนินโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในปีมหามงคล พุทธศักราช 2569 – 2570 ผ่านการจัดตั้ง บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท (อำเภอ) พอเพียง จำกัด

นายฐาปน กล่าวต่อว่า เพื่อพัฒนาให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับอำเภอทั่วประเทศ จำนวน 928 บริษัท โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ภาคส่วน ประกอบด้วย การผลิต การค้า และการบริการรวมถึงบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของคนในพื้นที่ระดับอำเภอและสร้างประโยชน์ในท้องถิ่น ตลอดจนร่วมกันพัฒนาและยกระดับท้องถิ่นสู่สากล ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และมาตรฐานสากลมาพัฒนาท้องถิ่น

ในส่วนของความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการศักยภาพระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ไทยเบฟเชื่อมั่นว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างโอกาส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ แต่เป็นการร่วมกันสร้างกลไกการพัฒนาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด ที่เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ เสริมสร้างศักยภาพชุมชน และผลักดันเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน นำไปสู่เป้าหมายในการ “สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข”

ด้านศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไทยเบฟในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาเข้ากับศักยภาพของภาคเอกชน เพื่อร่วมสร้างกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่

โดยการนำองค์ความรู้ด้านการศึกษา การวิจัย วิชาการ และการบริหารจัดการองค์ความรู้ในด้านการผลิต การค้า และการบริการ ไปถ่ายทอดให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในระดับอำเภออย่างเหมาะสม พร้อมติดตามให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวัดผลและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำแห่งการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อสร้างเสริมสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยยึดมั่นในปณิธานที่ว่า “เกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมผลักดันงานวิจัยสร้างประโยชน์แก่สังคมสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป

Advertisement

แชร์
ไทยเบฟ-จุฬาฯ ผนึกกำลังขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน