
กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2569 – บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต” ก้าวสู่ปีที่ 19 ในอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ยกระดับการปลูกกะเพราท้องถิ่นสู่ห่วงโซ่อาหารมาตรฐาน GAP สร้างแหล่งวัตถุดิบคุณภาพที่มีความต่อเนื่อง ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ รองรับการผลิตเมนูข้าวกะเพรา ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมในร้านสะดวกซื้อ โดยเชื่อมโยงเกษตรกร ชุมชน และครัวซีพีแรม เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเพาะปลูก การรับซื้อผลผลิต ไปจนถึงการนำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหาร ช่วยเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและระบบเศรษฐกิจฐานราก พร้อมย้ำบทบาทภาคธุรกิจในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่เติบโตต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความคุ้มค่า และการใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ ขณะเดียวกัน “รสชาติ” และ “ความปลอดภัย” ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมนู “ข้าวกะเพรา” ซึ่งเป็นเมนูที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน และยังคงครองความนิยมในตลาดอาหารพร้อมรับประทานมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับซีพีแรม ข้าวกะเพราถาดแดงในร้าน 7-Eleven ไม่ได้มีจุดขายเพียงความสะดวกในการรับประทาน แต่ต้องรักษาเอกลักษณ์ของความอร่อย รสชาติ กลิ่น คุณภาพ และความปลอดภัยให้สม่ำเสมอในทุกถาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานผู้บริโภคในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ความนิยมของข้าวกะเพราไม่ได้เป็นเพียงโอกาสทางการตลาดของธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน แต่ยังเป็นโจทย์สำคัญของการบริหารวัตถุดิบต้นน้ำ โดยเฉพาะ “ใบกะเพรา” ซึ่งเป็นหัวใจของเมนูนี้ ปัจจุบันซีพีแรมทุกแห่งทั่วประเทศ ใช้ใบกะเพรากว่า 1,400 กิโลกรัมต่อวัน โดยเมนูขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวกะเพราไก่คั่ว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว และข้าวกะเพราหมู ปริมาณการผลิตดังกล่าวทำให้กะเพรากลายเป็นวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ของซีพีแรม เพราะหากคุณภาพ กลิ่น สีใบ หรือปริมาณวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ ย่อมกระทบทั้งรสชาติสินค้า ต้นทุนการผลิต และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ขณะที่การผลิตกะเพราให้ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมยังต้องรับมือกับหลายปัจจัย ทั้งสภาพอากาศที่ผันผวน การจัดการน้ำและดิน การควบคุมศัตรูพืช และมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารตามหลัก GAP (Good Agricultural Practices) ก่อนส่งวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารพร้อมรับประทาน
นายธีรเดช อ่อนเคร็ง ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “ซีพีแรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะคุณภาพของอาหารพร้อมรับประทานเริ่มตั้งแต่แปลงปลูก ไม่ใช่เฉพาะในโรงงาน ‘โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต’ จึงถูกออกแบบให้เป็นการทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสนับสนุนเทคโนโลยี ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการเพาะปลูกตามหลัก GAP เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และตอบโจทย์การผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยขอนแก่นถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของโครงการ เพราะมีทั้งศักยภาพของเกษตรกร ทำเลที่เชื่อมโยงกับครัวซีพีแรม ขอนแก่น และความพร้อมในการพัฒนาเป็นแหล่งวัตถุดิบใกล้ฐานการผลิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารซัพพลายเชน ทั้งด้านความสดใหม่ ปริมาณผลผลิต การควบคุมคุณภาพ และต้นทุนโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันเกษตรกรมีตลาดรองรับที่ชัดเจน สามารถวางแผนการผลิตและการสร้างรายได้ที่มั่นคง สอดคล้องตามหลัก 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์”
นางสาวจามจุรี แก้วใสย ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวต่ออีกว่า “หัวใจของ ‘ขอนแก่นโมเดล’ คือการเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมให้เป็นระบบการผลิตวัตถุดิบต้นน้ำที่ได้มาตรฐานและเชื่อมต่อกับความต้องการของตลาดกลายเป็นเกษตรแม่นยำและประณีต เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการสนับสนุนตั้งแต่การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี อาทิ การเตรียมดิน การจัดการน้ำ การควบคุมศัตรูพืชตามมาตรฐาน GAP การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการคัดแยกผลผลิตก่อนส่งเข้าโรงงาน เพื่อให้ได้กะเพราที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ ปัจจุบันโครงการในจังหวัดขอนแก่นมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 17 ราย รองรับการผลิตใบกะเพราได้ประมาณ 130 กิโลกรัมต่อวัน สะท้อนบทบาทของซีพีแรมในการบริหารซัพพลายเชนต้นน้ำควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรมตลอดการดำเนิน ‘โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต’ ซีพีแรมไม่ได้หยุดอยู่ที่การส่งเสริมการปลูกตามมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าพัฒนาสายพันธุ์กะเพรา โดยเฉพาะที่มีจุดเด่นด้านกลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติเผ็ดร้อนเข้มข้น แตกต่างจากกะเพราทั่วไปในตลาด สายพันธุ์ดังกล่าวยังตอบโจทย์การผลิตเชิงพาณิชย์ เพราะเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตดี ทนต่อสภาพอากาศ โรคพืช และแมลง ช่วยลดความเสี่ยงให้เกษตรกรและเพิ่มความสม่ำเสมอของวัตถุดิบก่อนเข้าสู่ครัวซีพีแรม ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน และเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศจากต้นน้ำอย่างเป็นรูปธรรม”
คุณยุทธภูมิ โยวะ เกษตรกรต้นแบบ โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ปลูกตะไคร้ และพืชอื่นแบบผสมผสาน มีต้นทุนที่มาก และใช้แรงงานมาก เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมการปลูกกะเพรากับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ อีกทั้งยังสามารถลดปัญหาเกี่ยวกับการเพาะปลูกและเกษตรกรรมในอดีตที่เคยทำมา จึงเข้าร่วมโครงการ ‘เกษตรกรคู่ชีวิต’ ของซีพีแรม ทีมวิชาการเกษตรซีพีแรม ลงมาดูแปลงจริงตั้งแต่การเตรียมดิน วางรอบปลูก ดูแลน้ำ และปุ๋ย รวมถึงส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สำคัญ ส่งผลให้ได้กะเพราคุณภาพคงที่ทั้งกลิ่น สี และขนาด ส่งเข้าสู่ครัวซีพีแรมขอนแก่น ทำให้ครอบครัวมีรายได้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างกำไรจากการปลูกกะเพรากว่า 25% มองเห็นอนาคตที่ดีมั่นคง และที่ภูมิใจมากคือโครงการยังแนะนำให้ผู้คนในหมู่บ้าน และผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ เข้ามาช่วยในการเด็ดและคัดแยกใบกะเพรา ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน”
การพัฒนาแหล่งวัตถุดิบในประเทศยังต้องรับมือกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งต้นทุนพลังงาน ปัจจัยการผลิต และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ การมีเครือข่ายเกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบคุณภาพได้ต่อเนื่องจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อาหาร โครงการเกษตรกรคู่ชีวิตยังสอดคล้องกับปณิธาณ Food 3S ของซีพีแรม ได้แก่ Food Safety, Food Security และ Food Sustainability พร้อมยกระดับเกษตรกรจาก “ผู้ปลูก” สู่ “ผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่” ที่วางแผนการผลิต คิดต้นทุน และควบคุมคุณภาพแปลงได้เป็นระบบ ส่งผลต่อรายได้ คุณภาพชีวิตของครัวเรือน และความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว
การพัฒนาแหล่งวัตถุดิบในประเทศยังต้องรับมือกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งต้นทุนพลังงาน ปัจจัยการผลิต และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ การมีเครือข่ายเกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบคุณภาพได้ต่อเนื่องจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อาหาร โครงการเกษตรกรคู่ชีวิตยังสอดคล้องกับปณิธาน Food 3S ของซีพีแรม ได้แก่ Food Safety, Food Security และ Food Sustainability พร้อมยกระดับเกษตรกรจาก “ผู้ปลูก” สู่ “ผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่” ที่วางแผนการผลิต คิดต้นทุน และควบคุมคุณภาพแปลงได้เป็นระบบ ส่งผลต่อรายได้ คุณภาพชีวิตของครัวเรือน และความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว
“สิ่งที่ซีพีแรมต้องการ ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการผลิต แต่คือการสร้างอุตสาหกรรมอาหารที่เติบโตไปพร้อมกับเกษตรกรและชุมชน เมื่อเกษตรกรมีทักษะ และมีรายได้ที่มั่นคง ห่วงโซ่อาหารของประเทศก็จะแข็งแรงตามไปด้วย ‘ขอนแก่นโมเดล’ คืออีกหนึ่งความพยายามที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาธุรกิจอาหารควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนของซีพีแรม พร้อมขยายผลไปยังทุกภูมิภาคที่มีครัวซีพีแรมตั้งอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ และยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมอาหาร กับการดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อม และสังคม สามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้อย่างแท้จริง” คุณธีรเดช กล่าวปิดท้าย
#ซีพีแรม #โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต #ข้าวกะเพราถาดแดง #7Eleven
Advertisement