
(6 พ.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ใน จ.บุรีรัมย์ เกิดกระแสฮือฮา หลังมีการแชร์ภาพ ต้นตีนเป็ด หรือ พญาสัตบรรณ ที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมถนนใกล้วงเวียนรัชกาลที่ 1 เขตเทศบาลนครบุรีรัมย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตัดกิ่งก้านออกจนเหลือเพียงลำต้นตั้งเรียงรายตลอดแนวทางเดิน โดยมีกองกิ่งไม้ที่ถูกตัดวางอยู่ริมถนน โดยภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Suksan Kasinram' พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า "บุรีรัมย์ ทำลายอาวุธชีวภาพ" ทำเอาชาวเน็ตพากันขำและเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เนื่องจากต้นตีนเป็ดเป็นไม้ยืนต้นที่มักออกดอกในช่วงต้นฤดูหนาว และส่งกลิ่นแรง โดยเฉพาะช่วงค่ำ ซึ่งบางคนชื่นชอบกลิ่น แต่บางคนกลับรู้สึกฉุนจนเวียนหัว
หลังภาพถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับการตัดแต่งต้นตีนเป็ด เพราะได้รับผลกระทบจากกลิ่นดอกที่ฉุนรุนแรงทุกปี ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า แม้ดอกจะมีกลิ่นแรง แต่ต้นตีนเป็ดก็มีประโยชน์ ทั้งเติบโตเร็ว ทนต่อสภาพอากาศ และให้ร่มเงาได้ดี จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปลูกต้นไม้ชนิดอื่นทดแทน เช่น ต้นคูน ซึ่งมีดอกสวยงามและให้ร่มเงาได้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามความคิดเห็นประชาชนบริเวณดังกล่าว พบกับ นายสุขสันต์ อาชีพไรเดอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา เห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาตัดแต่งต้นตีนเป็ดบริเวณดังกล่าวจนเหลือเพียงลำต้น ตนรู้สึกดีใจและสะใจเป็นอย่างมาก เพราะส่วนตัวไม่ชอบกลิ่นดอกตีนเป็ดที่ฉุนรุนแรง จึงถ่ายภาพโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พร้อมเขียนข้อความแซวว่า "บุรีรัมย์ ทำลายอาวุธชีวภาพ"
นายสุขสันต์ กล่าวอีกว่า ไม่คิดว่าโพสต์ดังกล่าวจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้ เพราะเพียงคืนเดียวก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบต้นตีนเป็ด ส่วนตัวยอมรับว่าต้นไม้ชนิดนี้มีข้อดีตรงที่ให้ร่มเงาได้ดี แต่ปัญหาคือช่วงออกดอก ซึ่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนตนรู้สึกทนไม่ไหว จึงเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนอาวุธชีวภาพ
ด้าน นายวรายุทธ์ ชาวบ้านที่ทำงานอยู่บริเวณดังกล่าว กล่าวว่า ปกติเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตัดแต่งกิ่งต้นตีนเป็ดลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี เนื่องจากช่วงออกดอกจะมีกลิ่นรุนแรง โดยเฉพาะเวลามีลมพัด กลิ่นจะฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ บางครั้งสูดดมแล้วรู้สึกเวียนหัว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มาตัดแต่งจึงรู้สึกโล่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า แม้จะดีใจที่ไม่ต้องทนกลิ่นฉุน แต่ก็อดเสียดายร่มเงาที่หายไปไม่ได้ เพราะบริเวณดังกล่าวมีทั้งร้านค้าและหอพัก ประชาชนมักออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าและพักผ่อนในช่วงเย็น ขณะที่ช่วงกลางวันมีอากาศค่อนข้างร้อน หากไม่มีต้นไม้ให้ร่มเงาก็อาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
จึงอยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำต้นไม้ชนิดอื่นมาปลูกทดแทน เช่น ต้นคูน หรือต้นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาได้ดีและไม่มีดอกส่งกลิ่นฉุน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ทั้งด้านความร่มรื่นและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ขณะที่ น.ส.ปิ่นมณี แม่ค้าขายยำมะม่วงบริเวณดังกล่าว กล่าวว่า ตนเป็นอีกคนที่ไม่ชอบกลิ่นดอกตีนเป็ด เพราะเมื่อสูดดมแล้วจะรู้สึกเวียนหัว ที่ผ่านมาต้องทนกับกลิ่นดังกล่าวในช่วงออกดอกทุกปี เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาตัดแต่งก็รู้สึกดีใจ เพราะไม่ต้องทนกับกลิ่นฉุนเหมือนที่ผ่านมา
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็รู้สึกเสียดายร่มเงา เนื่องจากช่วงกลางวันบริเวณนี้มีอากาศร้อนมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องตั้งร้านขายของอยู่ริมถนน หากเป็นไปได้ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำต้นไม้ชนิดอื่นมาปลูกทดแทน เพื่อให้มีร่มเงาสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา
Advertisement