
จากกรณีการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดมูลนิธิองค์กรทำดี โดยมี บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิฯ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น
ล่าสุดในรายการ โหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เปิดเปิดอกพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีแขกรับเชิญ ได้แก่ ทนายเปิ้ล ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กรรมการ และเลขานุการมูลนิธิองค์กรทำดี พร้อมด้วย คุณแพตตี้ รองประธานมูลนิธิฯ และคุณโอ๋ จิตอาสาองค์กรทำดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มรายการ ทนายเปิ้ล ได้ปล่อยโฮออกมาด้วยความกดดัน พร้อมยอมรับว่าเครียดและร้องไห้ทุกวัน เนื่องจากกังวลว่าจะต้องรับโทษจำคุก
เมื่อ หนุ่ม กรรชัย เอ่ยถามถึงความมั่นใจว่า "มั่นใจเหรอว่าคุณบุ๋มเขาทำจริงๆ คุณถึงพูดคำนั้นออกมา?"
ทนายเปิ้ล ชี้แจงว่า ตนเองมั่นใจตั้งแต่วันก่อนหลังจากได้รับข้อมูล เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเข้าใจมาโดยตลอดว่า บุ๋ม ปนัดดา ถูกสามีหลอกและสั่งให้ทำ เนื่องจากตนรู้จักและทำงานร่วมกับบุ๋มมานานกว่า 10 ปี โดยเข้ามาช่วยดูแลเคสทางกฎหมายและงานจิตอาสา เช่น คดีข่มขืน ต่อมาเมื่อมีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิอย่างถูกต้อง บุ๋มได้ขอให้ตนช่วยดำเนินการและดำรงตำแหน่งกรรมการ ซึ่งตนยืนยันด้วยบริสุทธิ์ใจว่า ทำงานด้วยใจ ไม่เคยได้รับเงินเดือนหรือผลตอบแทนใดๆ แม้แต่บาทเดียว
ส่วนประเด็นเรื่องบัญชีรับเงินบริจาค ทนายเปิ้ล ในฐานะทนายความและกรรมการมูลนิธิฯ ระบุว่า ตนรับรู้เรื่องการใช้บัญชีส่วนตัวมาโดยตลอด และเคยเตือน บุ๋ม ปนัดดา แล้วว่าให้ทำการปิดบัญชีส่วนตัวแรกเสีย แล้วเปิดใช้เฉพาะบัญชีในนามมูลนิธิเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม บุ๋ม ปนัดดา ให้เหตุผลว่า บัญชีแรกยังคงมีผู้โอนเงินเข้ามาเรื่อยๆ รวมถึงผูกไว้กับแอปพลิเคชันเพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย ส่วนบัญชีมูลนิธิมีความยุ่งยากตรงที่ต้องใช้บุคคลไปทำการถอน จึงไม่ยินยอมปิดบัญชีดังกล่าว
"เราบอกพี่บุ๋มไปแล้วว่ามันจะมีปัญหาในอนาคตนะ เพราะมันเป็นบัญชีส่วนตัว ตอนนั้นเลยช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการทำมติคณะกรรมการให้รับรองทั้งสองบัญชีเป็นบัญชีของมูลนิธิ แต่ก็เน้นย้ำไปแล้วว่ายังไงก็ต้องปิดบัญชีแรก ไม่ใช่เปิดใช้ยาวแบบนี้" ทนายเปิ้ล กล่าวทิ้งท้าย
ล่าสุดองุ่น กรรมการและเหรัญญิกในมูลนิธิองค์กรทำดี ได้โฟนอินมาในรายการ ยืนยันว่าไม่ได้หนีไปไหน ที่ผ่านมากระแสข่าวเยอะมาก ยังไม่มีโอกาสออกมาอธิบายชี้แจงต่อสังคม ซึ่งสังคมพุ่งเป้ามาที่ตน บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะไมม่รู้เรื่องกับที่บุ๋ม ปนัดดาทำ ตนยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและช็อกพร้อมๆกับกรรมการทุกคน
องุ่น ระบุถึงที่มาที่ไปมีโอกาสมาทำกิจกรรมชมรมองค์กรทำดี ซึ่งพวกค่าใช้จ่ายเราออกเอง ไม่ได้รับการซัพพอร์ตจากแม่บุ๋ม ซึ่งแฮปปี้ที่ทำเพื่อคนอื่น ทำมากระทั่งจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ซึ่งเราภูมิใจที่ได้ร่วมก่อตั้ง เพราะแม่บุ๋มบอกว่าเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย ประมาณปี 67 ช่วงน้องอาเทอร์ ใกล้คลอดก็มาเยี่ยมแม่บุ๋มที่ รพ. แม่บุ๋มให้มาช่วยหน่อยเพราะท้องแก่ เป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาช่วยอย่างจริงจัง เวลาลงหน้างานตนก็จะไปกับทีมงานทุกคน เวลาลงพื้นที่ ก็จะเก็บใบเสร็จ แชต เพื่อทำค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
Advertisement