
วันที่ 31 ต.ค. 69 ที่จ.ภูเก็ต “ช่างเอ๋” หรือ นายอภิชาติ แซ่หลู่ ช่างรับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต ในที่ดินของ บุ๋ม ปนัดด ซึ่งเดินทางกลับมายัง จ.ภูเก็ต เพื่อรวบรวมเอกสารและหลักฐานส่งมอบให้กับทนายเดชา
โดยทีมข่าวได้สอบถามถึงกรณีสนามวิ่งเทรลในพื้นที่อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต หลังจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาโพสต์ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกบุกรุกก่อสร้างเป็นสนามวิ่งเทรล พร้อมระบุว่าไม่ได้มีเพียงสนามวิ่งเทรลเท่านั้น แต่ยังมีการก่อสร้างสนามยิงปืนภายในพื้นที่เดียวกันด้วย
โดยช่างเอ๋ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างสนามวิ่งเทรลนั้น มีการก่อสร้างสนามยิงปืนอยู่ด้วย และเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ซึ่งเท่าที่ตนเองทราบ ที่ดินดังกล่าวเป็นของคุณก๊อต สามีของ บุ๋ม ปนัดดา โดยมีการนำเอกสาร ภ.บ.ท.5 มาแสดง พร้อมอธิบายที่มาของเอกสาร ทำให้ตนเกิดความเชื่อใจและเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างตามที่ได้รับมอบหมาย
ช่างเอ๋ ระบุว่า ตนเองมีหน้าที่เพียงลงมือก่อสร้างตามคำสั่งของคุณก๊อตเท่านั้น โดยความตั้งใจของคุณก๊อตคือ ต้องการสร้างสถานที่สำหรับให้ประชาชนมาออกกำลังกาย รวมถึงใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายร่วมกับกลุ่มเพื่อน ก่อนที่ภายหลังจะถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่า
ส่วนประเด็นเอกสารการขออนุญาตก่อสร้างบ้านพักพูลวิลล่า ซึ่งมีการยื่นขออนุญาตต่อกองช่างองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว ทั้งเอกสารมอบอำนาจและเอกสารต่าง ๆ ที่มีการลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องโดยคุณบุ๋ม ปนัดดา ว่าได้เอกสารเหล่านี้มาได้อย่างไรนั้น ช่างเอ๋ระบุว่า ขอให้สอบถามกับทนายเดชาโดยตรง เนื่องจากขณะนี้หลักฐานทั้งหมดอยู่กับทนายเดชาแล้ว เกรงว่าหากตนเองให้ข้อมูลไปอาจส่งผลกระทบในภายหลัง ส่วนเอกสารดังกล่าวมีการปลอมแปลงหรือไม่ ขอให้ทนายเดชาเป็นผู้ชี้แจงจะเหมาะสมกว่า
ขณะที่กรณีคลิปวิดีโอที่ทนายเดชาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นคลิปเกี่ยวกับลักษณะการลงลายมือชื่อบางอย่างนั้น ช่างเอ๋ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก เนื่องจากเป็นเรื่องภายในบ้านของคุณก๊อต เกรงว่าหากพูดไปอาจกลายเป็นการพาดพิงบุคคลอื่น จึงอยากให้ทางฝั่งคุณก๊อตออกมาชี้แจงด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังสอบถามถึงกรณีที่ทนายตั้มออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า ช่างเอ๋เคยไปรับงานก่อสร้างที่มูลนิธิองค์กรทำดี จังหวัดปทุมธานี แต่ภายหลังเกิดปัญหาการก่อสร้างคานปูน จนต้องเปลี่ยนผู้รับเหมายกชุดนั้น
ช่างเอ๋ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเหมาก่อสร้างอาคารของมูลนิธิองค์กรทำดีที่จังหวัดปทุมธานี แม้แต่หลังเดียว และยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามูลนิธิฯ ตั้งอยู่บริเวณใด แต่ยอมรับว่าเคยได้รับการเสนอให้จัดทำใบเสนอราคาเพื่อรับงานก่อสร้าง ทั้งอาคารโรงครัวนางงาม ศาลเจ้า และอาคารอื่นๆ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายไม่ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างแต่อย่างใด
ช่างเอ๋จึงฝากไปถึงทนายตั้มว่า หากยืนยันว่าตนเองเคยเข้าไปรับเหมาก่อสร้างและเป็นผู้ดำเนินการจนเกิดปัญหาคานปูนพัง ก็ขอให้นำหลักฐานออกมาเปิดเผยและพูดคุยกันด้วยข้อเท็จจริงว่า ตนเองเคยเข้าไปทำงานดังกล่าวจริงหรือไม่
ส่วนสิ่งที่ต้องการมากที่สุดในขณะนี้ คืออยากให้คุณก๊อตออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทุกประเด็นให้ชัดเจน รวมถึงต้องการพูดคุยกับคุณก๊อตโดยตรง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่รับโทรศัพท์ โดยช่างเอ๋ระบุว่า ในฐานะที่คบหากันมาเป็นเวลานาน อยากให้กลับมาพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายและส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น
สำหรับภาพถ่ายที่ปรากฏว่าช่างเอ๋ไปรับประทานอาหารร่วมกับคุณบุ๋ม ปนัดดา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอถลางนั้น ช่างเอ๋ชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค. 2568 ในช่วงที่คุณบุ๋มเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตและได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันตามภาพที่ปรากฏ
นอกจากนี้ ในครั้งดังกล่าวคุณบุ๋มยังเดินทางไปดูพูลวิลล่าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยช่างเอ๋ระบุว่า ตนเองเห็นคุณบุ๋มขึ้นไปยืนบนคานบ้านและถ่ายภาพร่วมกับคุณก๊อต ซึ่งตนเองก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วย โดยภาพดังกล่าวตนเองมีหลักฐานอยู่ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในขณะนี้ และต้องการรอให้อีกฝ่ายออกมาชี้แจงก่อน
หลังจากนั้นคุณบุ๋มยังเดินทางมาดูความคืบหน้าการก่อสร้างพูลวิลล่าอีก 2 ครั้ง แต่ในการเดินทางมาครั้งหลังๆ นั้น ช่างเอ๋ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย
ส่วนคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยว่า เหตุใดช่างเอ๋จึงยอมทำตามคำสั่งของคุณก๊อตมาโดยตลอด โดยไม่มีการปฏิเสธ แม้บางเรื่องจะมีความเสี่ยงจนท้ายที่สุดต้องถูกดำเนินคดีนั้น ช่างเอ๋ กล่าวว่า เป็นคำถามที่อยากตอบมาก แต่ไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เพราะอยากให้คุณก๊อตเป็นผู้พูดเรื่องดังกล่าวด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ช่างเอ๋ยอมรับว่า เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณก๊อตเป็นคนที่มีคำพูดและเหตุผลที่ทำให้ตนเองเชื่อใจ จึงทำตามสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่มีต่อกันตั้งแต่รู้จักกัน จะนำพาเรื่องราวมาถึงจุดนี้ได้
Advertisement