
จากกรณี คุณหมิว ผู้เสียหายวัย 33 ปี ร้องเรียนผ่านรายการ “โหนกระแส” หวั่นชีวิตไม่ปลอดภัย หลังถูก "เฟิร์น" อดีตภรรยาของสามีปัจจุบัน ตามทำร้ายร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่อีกฝ่ายเลิกรากับสามีไปนานกว่าปีและมีครอบครัวใหม่แล้ว เผยกระทบจิตใจลูกน้อยจนกลายเป็นภาวะแพนิก ไม่กล้าออกไปไหนกับแม่
ขณะที่รายการกำลังเผยแพร่นั้น กลับพบว่ามีชายหลายคนติดต่อเข้ามากลางรายการว่าได้รับความเสียหายจาก น.ส.เฟิร์น
ล่าสุดวันที่ 22 ต.ค. 69 รายการโหนกระแส ได้เปิดจักรวาล "สาวเฟิร์น" หรือ เจ้าของฉายา นพนภา ศรีสำโรง โดยนายรุ้ง อดีตแฟนของ น.ส.เฟิร์น และเป็นเจ้าของรถยนต์คันสีขาวที่ น.ส.เฟิร์น ใช้ไปก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.หมิว เปิดเผยว่า ตนรู้จัก น.ส.เฟิร์น ผ่านแอปฯหาคู่ ประมาณเดือน ส.ค. ปี 68 เขาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากนั้นได้คุย และเขาได้เข้ามาจีบผมก่อน ซึ่งก็ได้คุยกันไปเรื่อยๆ และพยายามขอเจอ ถ้าไม่ได้เจอก็จะขอเลิกคุย โดยไปเจอที่อพาร์ทเมนต์ที่หนึ่งใน จ.สระบุรี เจอครั้งแรกรู้สึกเขิน จากนั้นก็ไปเที่ยว การแชตคุยน้อยลง แต่เปลี่ยนเป็นวิดีโอคุยแทน จนเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 68 วันลอยกระทงปีที่แล้วเขาชวนกลับไปบ้านที่ จ.สุโขทัย ตนจึงขอเป็นแฟน เพราะคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นแม่ของลูก และมีความสัมพันธ์กัน
ตอนเป็นแฟนกันอยู่กับตนตลอด ช่วง ม.ค.–ก.พ. 69 ที่ จ.สระบุรี โดยตนได้เช่าอพาร์ทเมนต์ให้อยู่ ก่อนที่จะไปเช่าบ้านอีกหลังที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เขาบอกว่าจะไปทำงานกับหลายที่เป็นอินฟูลฯ ได้เงินมา 1 ก่อน และทองจำนวนหนึ่ง โดยบ้านเช่าที่ อ.ศรีสำโรง ตนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้
ก่อนหน้านี้ 2-3 เดือน ตนเลิกขายของที่จ.สระบุรี เพราะต้องไปช่วยพี่สาวเลี้ยงหลานที่กรุงเทพฯ ส่วน น.ส.เฟิร์นไม่ได้ไปกับตน กลับไปอยู่บ้าน จากนั้นเขาก็โทรมาบอกตำรวจโทรมาตาม เพราะว่าโจรขึ้นบ้านเช่าที่ อ.ศรีสำโรง ต้องเทียวไปโรงพัก ประกอบกับรถเขาเสีย เขาจึงยืมรถตนคันสีขาวไปใช้อ้างว่าใช้ประมาณ 5-7 วัน
จากนั้นก็เห็นข่าวว่าเขาใช้รถของตนไปก่อเหตุ ตนยังไม่เอ๊ะใจอะไร ก่อนที่เพจหนึ่งจะขุดวีรกรรมต่างๆ และลงคลิปวิดีโอที่ น.ส.เฟิร์นกำลังนัวเนียกับชายอีกคน ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่ตนเช่าให้กับ น.ส.เฟิร์น จากนั้นตนได้ถามว่าคลิปที่นัวเนียกับชายคนอื่นนั้นคือใคร น.ส.เฟิร์นอ้างว่าเป็นเพื่อนน้อง และอ้างว่ากินยาแล้วง่วง โดนลักหลับ แต่ตนยืนยันว่าเป็นการนัวเนียสลับกันแน่นอน ทำให้ตนกับ น.ส.เฟิร์นทะเลาะกัน ก่อนเอารถคืน และแยกย้ายกัน
หากวันนี้ น.ส.เฟิร์นกลับมาหา ตนก็ไม่เอาแล้ว ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ตนไม่อยากข้องเกี่ยว ตนรักเขา แต่หลายผัวก็ไม่เอา ให้ใจไปขนาดนี้ แต่สวมเขาให้ กินหญ้ามานาน อยากกลับไปกินข้าวแล้ว พาใครต่อหลายคนไปมั่วที่บ้าน ตอนนี้ได้บอกเลิกสัญญาเช่าบ้านแล้ว และทิ้งของไปเลย ไม่เอาแล้ว
ด้าน นายเอ กล่าวว่า ช่วงปลายปี พ.ย.-ธ.ค. ตนโสด และได้คุยกับเฟิร์นทางแอปฯหาคู่ ก่อนแลกไลน์คุยกัน เขาทักมาหาตอนตี 2 บอกปวดหัวมาก ให้พาไปหาหมอได้มั๊ย แต่ตนไม่ได้พาไป จากนั้น ม.ค. 69 ได้คุยกันมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟน วันหนึ่งตนเหนื่อยจากการทำงานเลยชวนเขาไปเที่ยวที่เขายายเที่ยง
เขาบอกที่บ้านเขามีฐานะ และที่ผ่านมาตนสูญเสียสร้อยคอทองคำเส้นแรก ซึ่งเข้าใจว่าถอดแล้วลืม เขาก็ดูไม่ได้ตกใจอะไร และที่ผ่านมาเคยไปห้องนอนที่บ้านเช่าที่นายรุ้งเป็นคนเช่า ในพื้นที่ อ.ศรีสำโรงเหมือนกัน อีกทั้งได้พบพ่อแม่เขาที่บ้าน และตนก็ได้ขับรถของนายรุ้งด้วย ซึ่งได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น แต่สังเกตว่าหลังจากกินข้าวเสร็จภาพตัดหลับไปเลย และตนตื่นมาก็ไม่มีสติ ก่อนที่เลททองจะหายไปอีกเส้น พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับ น.ส.เฟิร์น จากนั้นช่วง ส.ค. 69 ตนได้เลิกกับ น.ส.เฟิร์น เพราะพบว่ามีชายอีกคนเข้ามา แต่ น.ส.เฟิร์นขอโทษ และขอกลับมาคืนดี แต่ตนขอถอย ส่วนเรื่องลูกของ น.ส.เฟิร์นนั้น น.ส.เฟิร์นก็บอกตนว่ามีลูกแล้ว 1 คน
ทั้งนี้นายรุ้ง ยอมรับว่า น.ส.เฟิร์นเป็นคนเอาเลททองเส้นนี้มา และให้ตนนำไปขาย โดยอ้างว่ายึดมาจากรุ่นน้อง
ส่วนนายบี กล่าวว่า เป็นอดีตแฟนเก่า คบหากับ น.ส.เฟิร์นในวัยเด็ก ตนมีทองใส่ มูลค่า 1 บาท เขาบอกแม่ขัดสนเรื่องเงินจะขอยืม 1 อาทิตย์เพื่อเอาไปหมุนและเอามาคืน ผ่านมา 18 ปีแล้วยังไม่ได้คืน ตอนนั้นตนทวงทุกเช้าเย็นจนทะเลาะกัน ตนเลยอยากมาเล่าอุทาหรณ์ว่าเขาเป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่คิดว่าจะร้ายแรงขนาดนี้ หลังจากเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ
ขณะที่ นายเบิ้ม ชายในคลิปที่นัวเนียกับ น.ส.เฟิร์น ยอมรับว่าคือคนในคลิป และตนเป็นเพื่อนของน้องชาย น.ส.เฟิร์น ยืนยันว่าตนไม่ได้ลักหลับ วันเกิดเหตุ น.ส.เฟิร์น ชวนตนไปนั่งเล่นนั่งกินเหล้า ตนเมาแต่มีสติ จนกลับมาดื่มเหล้าแก้วสุดท้ายก่อนภาพตัดไป และเบลอจนจำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งมีการไลฟ์สดคลิปนั้นออกมาในเฟซบุ๊กของตนเอง จากนั้นตนจะลบก็ลบไม่ได้ ตนจึงปล่อยเลยตามเลย ทั้งนี้ น.ส.เฟิร์นได้เอา กกน.ของตนไปแจ้งความ แต่ตนติดต่อเขาไม่ได้
ฟากนายไมค์ (นามสมมติ) อดีตแฟนหนุ่มของ น.ส.เฟิร์น กล่าวว่า ตนคบกับ น.ส.เฟิร์น ช่วงเดือน มิ.ย. 69 โดยก่อนเลิกกันยืมเงินตนไปหาหมอ 2 รอบ รอบละ 3,000 บาท โดยไม่ได้เงินคืน
ด้าน น.ส.เฟิร์น กล่าวว่า ตนอยากพูดถึงเรื่อง น.ส.ยุ้ย เจ้าของร้านเสริมสวย ขอให้ไปถามสามีว่าเหตุการณ์จริงๆ ก่อนเป็นอย่างไร ที่เอาถุงยางอนามัยไปแจ้งความนั้น ตนยืนยันว่าหลักฐานมีมากกว่านั้น และครอบครัวฝ่ายชายรับรู้เป็นอย่างดี
ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนขอชี้แจงภายหลัง และขอฝากไว้ว่าเหรียญมี 2 ด้านเสมอ
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : รายการ “โหนกระแส”
Advertisement