
วันที่ 20 ต.ค.2569 น.ส.สุรินธิดา อายุ 42 ปี ลูกจ้างภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์
เพื่อต้องการให้ตรวจสอบการทำงานของ ปลัด อบต.ชายท่านหนึ่ง ว่าทำงานในระบบราชการเป็นไปตามระบบราชการและทำงานอย่างเที่ยงธรรมหรือไม่
น.ส.สุรินธิดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นลูกจ้างภารกิจที่ อบต. มานานกว่า 14 ปี ได้คะแนนและการชื่นชมจากหัวฝ่ายในองค์กรของตัวเองมาดีโดยตลอด
หลังจากมีการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบต.เมื่อเดือน มกราคา 2569 ที่ผ่านมา ได้มีปลัดหนุ่ม เดินทางมาจากต่างจังหวัดมารับตำแหน่งปลัด อบต.คนใหม่ที่นี่
ตนก็ทำงานตามปกติไม่มีอะไร มีอยู่ช่วงหนึ่งตนต้องไปรับหน้าที่ธุรการสภาเพิ่มมาอีก ยอมรับว่าตอนนั้นทำงานไม่ทัน จึงใช้บริการระบบ AI มาช่วยซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 750 บาท โดยตนออกค่าใช้จ่ายให้ก่อน
ในเวลาต่อมาตนได้ไปคุยกับปลัดหนุ่มท่านนี้ว่า มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับปลัด วันดีคืนดีเรียกให้เข้าห้องปลัดเพื่อตำหนิสารพัดตนก็น้อมรับ
แต่ปลัดฯไม่ยอม พยายามเรียกนายก อบต.มาประชุมเพื่อจะไม่ให้ตนผ่านการประเมินซึ่งจะต้องมีการเลิกจ้างตามระเบียบ จนกระทั่งเรื่องทราบถึงนายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)ในพื้นที่ จากนั้น สส.ได้โทรประสานไปยัง นายก อบต.ซึ่งมีอำนาจสูงสุดว่า ให้เห็นใจลูกจ้างเพราะเขาต้องหาเลี้ยงครอบครัว หลังจากนั้นปลัดหนุ่มคนดังกล่าวทราบเรื่อง
กลับไม่พอใจเพิ่ม ฝากบอกผ่านเจ้าหน้าที่มาว่า “แค่ สส.ไม่เกี่ยวกูจะเอาอีนี่ออกให้ได้” ยอมรับว่าตกใจมาก เพราะตนต้องส่งลูกเรียนถึง 2 คน หากตกงานชีวิตคงลำบากแน่นอน
น.ส.สุรินธิดา เล่าว่า จากนั้นปลัดฯได้เดินหน้าต่อสั่งให้หัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่ายให้ประเมินการทำงานของตนเพียง “พอใช้” ทั้งที่ตนได้รับคำชมในการทำงานดีมาโดยตลอด
ถึงตอนนี้ยอมรับว่าเลือดเข้าตาไม่มีอะไรเสียแล้ว จึงเดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมดังกล่าว ทั้งหมดไม่ใช่เป็นเพราะความเคียดแค้น หรือจ้องทำร้ายใคร แต่ตนอยากได้ความยุติธรรมมากกว่า
Advertisement