
วันที่19 ต.ค. 69 นาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา น.ส.มิน หมอดูสาว เข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม พร้อมนำเครื่องรางของขลังต้องสงสัยกว่า 30 ชิ้น ซึ่งมีทั้งปั้นเหน่ง อวัยวะเพศชายและหญิง ฟัน กราม นิ้ว และกระดูก มาให้ตรวจสอบว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์จริงหรือไม่ พร้อมขอให้สืบสวนแหล่งที่มาและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง
โดย น.ส.มิ้น หมอดู เปิดเผยว่า ตนเปิดสำนักดูดวงและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเครื่องราง โดยมีการติดต่อซื้อสินค้าเครื่องรางผ่านคนกลาง พอได้เครื่องรางมาตนก็ได้ขายให้กับลูกค้าคนนึงเป็นปั้นเหน่ง และก็น้ำมันพราย พอเอาไปใช้ลูกค้าบอกว่าไม่เห็นผลและขอคืนเงิน ทำให้ตนต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกค้ารายดังกล่าวเป็นเงินเกือบ 3 ล้านบาท โดยใช้เงินส่วนตัวทั้งหมด
หลังจากชดใช้เงินให้ลูกค้าจนครบถ้วนแล้ว อาจารย์ที่จัดหาเครื่องรางเกรงว่าตนอาจจะสืบสาวไปถึงตัว จึงรับปากว่าจะช่วยชดใช้ค่าเสียหายให้ภายหลัง โดยให้ตนรับผิดชอบเงินไปก่อน แต่เมื่อคดีสิ้นสุดลง กลับไม่ได้รับการชดใช้เงินตามที่ตกลงกันไว้ จึงต้องการให้อาจารย์ออกมารับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น และตัดสินใจนำเครื่องรางทั้งหมดที่ได้รับมามอบให้ตำรวจตรวจสอบ
สำหรับเครื่องรางที่นำมาในวันนี้มีมากกว่า 30 ชิ้น ประกอบด้วยปั้นเหน่ง อวัยวะเพศชายและหญิงที่เลี่ยมน้ำมันพราย ฟัน กราม นิ้ว และกระดูกชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่ง น.ส.มิ้น ระบุว่า วัตถุบางชิ้นมีลักษณะสด ขณะที่บางชิ้นแห้งแล้ว โดยอวัยวะเพศส่วนใหญ่มักถูกเลี่ยมด้วยน้ำมันพราย โดยอาจารย์อ้างว่าหากปล่อยไว้ในสภาพสดอาจเกิดเชื้อรา จึงต้องนำมาเลี่ยมไว้
น.ส.มิ้น ยังเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนเชื่อมั่นในคำกล่าวอ้างของอาจารย์มาโดยตลอด เพราะอาจารย์ยืนยันว่าเครื่องรางทุกชิ้นถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปตามประเพณี บ้างก็อ้างว่าได้รับความยินยอมจากญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนเชื่อใจและไม่ได้ตรวจสอบที่มาของวัตถุอย่างละเอียด โดยมองว่าตัวแทนไม่น่าจะหลอกตัวแทนด้วยกันเอง และอาจารย์ก็คงไม่หลอกผู้ที่นำสินค้าไปจำหน่ายต่อ
ส่วนการสั่งซื้อเครื่องรางสามารถออเดอร์ได้ทุกอย่าง แต่ว่าถ้าออเดอร์ก็จะแพง ตนก็เลยไม่ได้ออเดอร์ก็เลยเอาตามที่เขาเสนอ ซึ่งตนเป็นคนดีลกับตัวแทนโดยตรง ไม่ได้ดีลกับอาจารย์ แต่ตัวแทนบอกว่าถ้าตนต้องการอะไร ถ้าเขาเจอแหล่งตนก็สามารถสั่งได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นแขนทั้งแขน กะโหลกทั้งหัว หรืออะไรก็ตามที่ที่มันชิ้นใหญ่กว่านี้ มันก็จะราคาหลากหลาย ตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท สามารถเอาไปปล่อยต่อได้
แต่ภายหลังเกิดปัญหาและต้องการให้รับผิดชอบค่าเสียหาย กลับได้รับคำบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง โดยอ้างว่าป่วยบ้าง เส้นเลือดในสมองแตกบ้าง แต่อีก 2 อาทิตย์ต่อมาก็ไปซื้อบริการทางเพศได้ ซึ่งตนคิดว่ามันคือข้ออ้างที่จะไม่รับผิดชอบหนี้ของตน
ในตอนแรกตนไม่รู้ว่าชิ้นส่วนตัวมนุษย์ผิดกฎหมาย แต่เพิ่งมารู้ภายหลังถึงมาร้องเรียนกับทนายรณรงค์ เพื่อที่จะส่งคืน เพราะว่าเพิ่งรู้ว่ามันผิดกฎหมาย และตลอดมาทางฝั่งเขาเคลมว่าถูกต้องตามประเพณี ทุกอย่างถูกกฎหมาย บ้างก็บอกว่าได้รับการยินยอมจากญาติผู้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนก็เชื่อเขามาตลอด
โดยชิ้นส่วนมนุษย์ที่ได้รับมา มาจากหลายที่ เช่น กรุงเทพฯ สุพรรณบุรี อ่างทอง บุรีรัมย์ และคิดว่าอาจจะมีอีกหลายที่ ต้องให้ทางตำรวจสืบเส้นทางการเงินดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งในการขายมีทั้งขายในเพจทางออนไลน์ ขายออกไปยังต่างประเทศอาเซียนอีกหลายประเทศ และในตอนนี้ก็ยังมีการโพสขายอยู่ปกติ เหมือนไม่เกรงกลัวอะไรเลย จึงต้องมาร้องกองปราบ ถ้ายังทำอะไรเขาไม่ได้เชื่อว่าเขาก็จะไปหลอกคนอื่นแบบที่หลอกตน ขนาดตนเป็นหมอดูยังโดนหลอก แต่ถ้าเป็นลูกค้าธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องในวงการนี้ อาจจะโดนเยอะกว่าตน วันนี้เลยตัดสินใจออกมาเปิดโปงทั้งหมด
ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้ตนพา น.ส.มิ้น ทำอาชีพหมอดูมา 10 กว่าปี ซึ่งถ้าเปิดหน้ามา คนรู้จักแน่นอน ก็มีลูกศิษย์เยอะ โดยเวลาจะเสริมดวงจะเอาชิ้นส่วนมนุษย์มาจากศพจริงๆ มีทั้งอวัยวะเพศชาย-หญิง ที่เป็นเครื่องรางของขลังไปบูชา ราคาชิ้นละเป็นแสนบาท ซึ่งตนจะตามไปดูสำนักที่มีนำชิ้นส่วนมนุษย์มาทำเป็นเครื่องราง โดยพบว่ามีสำนัก 1 ในจังหวัดบุรีรัมย์ ติดชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนตัวมองว่ามีการทำเป็นขบวนการเนื่อง จะมีการนําหัวกระโหลกมนุษย์ มาทําเป็นเครื่องรางเป็นจํานวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีการนำศพในจังหวัดบุรีรัมย์และในจังหวัดอื่นๆ มารวมกันแล้วเอามาขาย
ส่วนในเรื่องข้อกฎหมายนั้น ตนขออธิบายว่าอาจารย์มิ้นเข้าใจว่า การบูชาพระเครื่องหรือเครื่องรางที่มีการผสมผงกระดูก สามารถขายได้ แม้แต่ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ก็ยังมีวัตถุมงคลลักษณะดังกล่าววางขาย ทำให้ประชาชนทั่วไปหรือหมอดูหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าสามารถทำได้และไม่ผิดกฎหมาย จึงทำให้หมอดูโดนหลอก
โดยข้อกฎหมายระบุเอาไว้ว่า ร่างกายของมนุษย์และกระดูกเป็นทรัพย์สินที่ต้องตกแก่ทายาทโดยชอบธรรม การนำกะโหลกหรือชิ้นส่วนของพ่อแม่หรือญาติใครมาซื้อขาย ได้รับการทายาทยินยอมอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากเป็นการลักลอบขุดศพไม่มีญาติหรือนำศพมาโดยไม่ได้รับความยินยอม จะถือเป็นความผิดร้ายแรง/ ส่วนสัปเหร่อวัดใดที่เอาศพมาให้สำนักทําเป็นเครื่องราง มีความผิด อย่าคิดว่าเป็นจังหวะติดชายแดน แล้วใครจะทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเรามีหลักฐานอยู่ หลังจากนี้ตนจะประสานตำรวจตามไปดูที่สํานัก ทั้งในกรุงเทพฯ (หลักสี่) บุรีรัมย์ อ่างทอง สุพรรณบุรี ที่มีการนําชิ้นส่วนมนุษย์มาทําเป็นเครื่องรางเสริมเสน่ห์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ทนายรณรงค์ ขอฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ว่าการบูชาเครื่องรางชิ้นส่วนมนุษย์ ราคาหลักแสนเพื่อเรียกคนรักกลับมานั้น เปอร์เซ็นต์ที่คนรักเก่าจะกลับมามีทั้งกลับบ้างและไม่กลับบ้าง พร้อมกับฝากถึงคนที่ซื้อไปว่า จ่ายตังค์เอง คิดเอง ฉลาดเอง ใช้ได้ผลหรือไม่
Advertisement