
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเรือลากจูงสินค้าอับปางกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์และกรมเจ้าท่าเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบเรือลากจูงสินค้าลำหนึ่งจมลงไปในแม่น้ำ ส่วนคนขับเรือทราบชื่อ นายอนุกูล พรหมวิภาวดี อายุ 62 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวาหัก เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลราชธานีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ขณะเกิดเหตุ มีเรือลากจูงอีก 4 ลำที่อยู่ในขบวนเข้าช่วยเหลือ ส่วนเรือบรรทุกสินค้าที่ขบวนเรือลากจูงกำลังลากจูงมาด้วย จำนวน 3 ลำ ยังคงเดินทางมุ่งหน้าไปยังท่าเรือในพื้นที่อำเภอนครหลวง
ด้านนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหาร เล่าว่า ขณะกำลังเดินเที่ยวและถ่ายคลิปวิดีโอเรือที่แล่นอยู่ในแม่น้ำป่าสัก จู่ ๆ ได้ยินเสียงดังคล้ายเรือชนกับโป๊ะ จึงรีบวิ่งเข้าไปดูพร้อมบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้
เมื่อมองไปกลางแม่น้ำ พบชายคนหนึ่งลอยอยู่ในน้ำ ขณะที่เรือลากจูงค่อย ๆ จมลงต่อหน้าต่อตา ก่อนจะมีผู้เข้าช่วยเหลือชายคนดังกล่าวขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นตรงหน้า
นายดำรงค์ศักดิ์ ภาคาพร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ขบวนเรือดังกล่าวประกอบด้วยเรือยนต์ลากจูง 5 ลำ กำลังลากเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ มุ่งหน้าไปยังอำเภอนครหลวง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณสามแยกแม่น้ำระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสัก เรือยนต์ลากจูงลำที่ 2 จากด้านซ้ายเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องและดับกะทันหัน ทำให้เรือเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำ คนขับสามารถหนีออกจากเรือได้ทัน แต่ได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา
ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่ามีมาตรการควบคุมการเดินเรือในช่วงที่มีการระบายน้ำเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เมื่อมีการปรับลดปริมาณการระบายน้ำลง จึงอนุญาตให้กลับมาเดินเรือได้ตามปกติ โดยบริเวณจุดเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว ทำให้สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับการกู้เรือที่จม ขณะนี้จะมีการปิดการเดินเรือในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว โดยห้ามเรือบรรทุกสินค้าแล่นผ่าน เพื่อความปลอดภัย จากนั้นจะใช้วิธีลากเรือที่จมให้เข้าใกล้ริมฝั่งมากที่สุด ก่อนดำเนินการกู้เรือขึ้นจากน้ำ ซึ่งบริษัทผู้ประกอบการเดินเรือจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อไป
Advertisement