
เมื่อเวลา 23.55 น. วันที่ 14 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีว่า นาย ชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้สรุปผลการประชุมร่วมทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วน โดยมีมติเห็นชอบเสนอเรื่องไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้สั่งปิด และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 4 แห่ง หลังพบกระทำความผิดปล่อยมลพิษทางน้ำอย่างชัดเจน สร้างความเสียหายหนักแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังและกุ้ง
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลสอบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) ถือหุ้นบังหน้าเข้ามาดำเนินกิจการโดยผิดกฎหมาย พร้อมวางมาตรการระยะยาวตั้ง "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ลุยตรวจ 24 ชั่วโมง และแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย (รัฐ-เอกชน-ประชาชน) ป้องกันมลพิษร่วมกัน โดยมอบหมายให้นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รับเรื่องร้องเรียนเร่งกำหนดมาตรการเยียวยาชาวบ้านโดยเร็ว
สำหรับรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัย จ.ปราจีนบุรี (ณ วันที่ 14 ต.ค. 2569) พบความเสียหายครอบคลุม 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน รวม 59,727 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงถึง 25 ราย (จมน้ำ 20 ราย, ไฟฟ้าชอร์ต 5 ราย) กระจายใน อ.กบินทร์บุรี 7 ราย, อ.ประจันตคาม 6 ราย, อ.ศรีมโหสถ 4 ราย, อ.เมืองปราจีนบุรี 3 ราย, อ.บ้านสร้าง 3 ราย และ อ.ศรีมหาโพธิ 2 ราย ด้านการเกษตรเสียหายกว่า 109,685 ไร่ สัตว์น้ำและปศุสัตว์เดือดร้อนรวมกว่า 4 แสนตัว
ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 3,000 ชุด มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่
นายชนาธิป เปิดเผยว่า พื้นที่รับน้ำท้ายน้ำอย่าง อ.บ้านสร้าง ระดับน้ำยังลดลงช้าเนื่องจากน้ำทะเลหนุนและการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 13 ปัจจุบันยังเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 13 แห่ง โดยกำชับให้ดูแลเรื่องอาหารและสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
ด้าน นายกฤษ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ได้เร่งนำเครื่องจักร รถขยะ ขนย้ายขยะปนเปื้อน พร้อมระดมสูบน้ำขังหมู่บ้านทรัพไพริน กับซอยถนอมจิต อ.เมืองปราจีนบุรี ลงคลองระบายน้ำจากคลองสวนไผ่ไปคลองโคกกระจะ
ขณะที่ นายบุญเกื้อ พากเพียรศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี ระบุว่า เขตเทศบาลเมืองระดับน้ำลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือบางชุมชน อาทิ ชุมชนท้ายวัดหลวง ชุมชนศรีมงคล พบประชาชนเร่งทำความสะอาดบ้านเรือน มีการนำขยะและเศษซากสิ่งของมาวางกลางถนนหรือริมทาง จึงได้ให้ฝ่ายกองอนามัย และสิ่งแวดล้อมดำเนินการขนย้ายทุกวัน โดยเฉพาะถนนสายปราจีนตคามมีจำนวนมาก จึงได้เร่งนำรถโกยตัก รถบรรทุก ฉีดล้างทำความสะอาดถนนสายหลักดังกล่าว เพื่อคืนความสะอาดให้ประชาชน
ทั้งนี้พบพ่อค้า-แม่ค้าขายของเก่า ได้ใช้วิกฤตเป็นโอกาส ออกหาองเก่าที่ชาวบ้านนำมาทิ้งสร้างรายได้ต่อวันจำนวนมาก อาทิ นายชัย หรือ ธง อดีตนักการภารโวโรงเรียนเทศบาล 2 และเทศบาล เล่าว่า คนเองมีร้านขายของเก่า ช่วงน้ำท่วมที่หลังน้ำลด ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาด นำสิ่งของออกมาทิ้งไว้กลางถนน ตนเองจะเลือกหาเก็บนำไปขายสร้างรายได้เฉลี่ยระหว่าง 5,000-7,000บาท/วัน หรือ บางบ้านเจ้าของบ้านจะเรียกให้ไปเก็บสิ่งของแล้วให้เงินเป็นค่าเก็บด้วยอีก
อย่างไรก็ตาม ด้านผลกระทบต่อการเดินทาง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร (หมอต้อม) ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แจ้งเตือนว่า ถนนสาย 3079 (ปราจีนบุรี-ศรีมหาโพธิ) บริเวณหน้าวัดกระแจะ ถนนทรุดตัวเป็นแนวยาว สัญจรได้เพียงเลนเดียว หวั่นกระทบการเดินทางมารักษาพยาบาลของประชาชน
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า บนถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (พนมสารคาม-สระแก้ว) หรือ ถนนสาย 359 (กม.58 ตรงข้ามปั๊มคาลเท็กซ์ มุ่งหน้าเขาหินซ้อน) เกิดเป็นหลุมลึก 7 ซม. ยาว 2 เมตร ส่งผลให้มีรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มบาดเจ็บแล้วกว่า 20 ครั้ง!
นายดลวิวัฒน์ เจศรี หนึ่งในผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เล่านาทีระทึกว่า ตนขับรถมาจาก จ.ศรีสะเกษ มุ่งหน้าไปชลบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นหลุมลึกกระทันหันจึงเบรกกระทันหัน จนรถของตนและเพื่อนที่ตามมาตกหลุมลอยขึ้นกลางอากาศ โชคดีที่ไม่ล้มบาดเจ็บ เช่นเดียวกับ นายสุเนตร์ อธิวงษ์ พลเมืองดี ที่ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อ ขอให้แขวงทางหลวงปราจีนบุรี เร่งเข้าซ่อมแซมจุดอันตรายหรือถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางด่วน ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงแก่ชีวิต
Advertisement