
วันที่ 7 ต.ค. 69 นาย สงกรานต์ ชะลอศรีทอง ผอ.ชป.12 เปิดเผยว่า เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า ปัจจุบันวันที่ 7 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ที่อัตรา 1,915 ลบ.ม./วิ สมทบกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง Ct.19 อุทัยธานี 52 ลบ.ม./วิ ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,500 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +16.38 ม.รทก. ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องจึงทำการปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มเวลา 08.00 น. ทยอยจากอัตรา 2,500 ลบ.ม./วิ เหลืออัตรา 2,400 ลบ.ม./วิ เวลา 13.00 น. ชั่วโมงละ 20 ลบ.ม./วิ โดยประมาณ และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงประมาณ 20- 40 ซม.
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.สรรพยา ยังคงต้องอพยพมานอนริมถนนสายคันคลองมหาราชเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 ตำบล 35 หมู่บ้าน 4,537 ครัวเรือนถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 50 – 180 ซม. แล้วแต่พื้นที่ ชาวบ้านยังคงต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกจากบ้านมายังที่พักชั่วคราว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบบ้านของนางมาลัย ปานเพ็ง อายุ 71 ปี ม.5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เป็นครึ่งไม้ครึ่งปูน ชั้นล่างเป็นปูนถูกน้ำท่วมสูงสุดถึงคอ บางพื้นที่มิดหัว แต่ตัวคุณป้านั้นไม่เปียกแม้แต่น้อยเพราะ สร้างเป็นสะพานจากชั้น 2 มาถึงถนนสายคันคลองมหาราช เดินแบบชิลๆสบายๆ จากที่นอนมาถนนได้อย่างไร้กังวลแม้น้ำท่วมสูง
นางมาลัย เปิดเผยว่า ลูกชายทำงานที่เขื่อนเจ้าพระยา ตอนนั้นก็ตั้งเสาปูนไว้ทำเพื่อทำสะพาน เพราะน้ำท่วมทุกปีแล้วตัวป้าก็เดินเหินไม่สะดวกแล้วด้วยอายุขนาดนี้ ลูกชายจึงสร้างเป็นสะพานจากชั้น 2 ลงมาถึงถนนได้เลยเผื่อไว้สำหรับเผชิญน้ำท่วม จนตอนนี้ลูกชายเสียไปก่อนที่จะได้ใช้เมื่อปีก่อน พอท่วมก็ไม่รื้อเพราะเดี๋ยวก็อาจจะท่วมอีก ฟ้าฝนเอาแน่เอานอนไม่ได้
Advertisement