
วันที่ 3 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม ที่วัดดอนทราย หมู่ 4 ตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกน้ำท่วมต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 7 โดยพบว่าระดับน้ำภายในวัดอยู่ที่ประมาณ 1-1.20 เมตร และยังคงมีน้ำท่วมขังเต็มพื้นที่ พระลูกวัดต้องล่องน้ำ โดยนำกระบะผสมปูนมาใช้เป็นพาหนะชั่วคราว เพื่อเดินทางออกไปรับอาหาร และน้ำดื่มจากโรงครัวจิตอาสาของชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ เนื่องจากภายในวัดไม่มีเรือสำหรับใช้สัญจรและขนส่งสิ่งของ
จากการสำรวจพบว่า น้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ภายในวัดเป็นวงกว้าง ทั้งศาลาและบริเวณโดยรอบ รวมถึงศาลาฌาปนกิจที่ถูกน้ำทะลักเข้าไปจนสิ่งของภายในถูกน้ำพัดกระจัดกระจาย ขณะที่บริเวณศาลาอีกหลัง น้ำเริ่มไหลเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์สำคัญ ทำให้พระสงฆ์และประชาชนต้องช่วยกันเร่งขนย้ายโลงเย็น พัดลมไอเย็น และเครื่องปั่นไฟขึ้นไว้บนที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน น้ำโดยรอบวัดเริ่มมีสีดำคล้ำและมีกลิ่นผิดปกติ สร้างความกังวลในเรื่องสุขอนามัยของพระสงฆ์ที่ยังคงพักอยู่ภายในวัด
ส่วนบริเวณพระอุโบสถเก่าแก่ของวัด ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปี ก่อนหน้านี้ทางวัดได้พยายามนำดินมาทำเป็นแนวกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วม แต่ไม่สามารถต้านปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ เนื่องจากน้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดน้ำได้ท่วมพื้นที่โดยรอบและไหลเข้าท่วมโบราณสถานทั้งหมด
หลวงพี่ยักษ์ อายุ 53 ปี พระลูกวัดดอนทราย เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยพบเห็น โดยระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ทางวัดพยายามช่วยกันรับมือด้วยการทำคันดินกั้นและนำเครื่องสูบน้ำมาสูบออก แต่เมื่อมวลน้ำเพิ่มขึ้นมาก เครื่องสูบน้ำก็ไม่สามารถรับมือได้ ขณะนี้พระสงฆ์ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะพระอาพาธและพระสูงอายุที่ไม่สามารถเดินลุยน้ำหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ภายในวัดมีพระ 11 รูป แต่พระเพียง3 รูปเท่านั้นที่ยังสามารถออกมาช่วยเหลืองานต่างๆ ได้ ส่วนพระรูปอื่นมีอายุมาก และไม่สามารถช่วยเหลือได้เต็มที่ ทำให้พระหนุ่มๆ ต้องช่วยกันดูแลพระที่เหลือ ที่น่าห่วงคือการเคลื่อนย้ายพระอาพาธ ซึ่งภายในวัดไม่มีเรือ ทางพระและชาวบ้านจึงต้องนำ รถเข็นศพ ที่มีอยู่ภายในวัดมาดัดแปลงใช้เป็นพาหนะชั่วคราว โดยให้พระที่ไม่สามารถเดินได้ขึ้นนั่งบนรถเข็น ก่อนให้คนช่วยเข็นรถฝ่าน้ำที่มีระดับสูงออกมาอย่างทุลักทุเล เพื่อพาพระอาพาธไปยังด้านบนศาลาการเปรียญของทางวัด
หลวงพี่ยักษ์ บอกว่า วิธีดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะทางวัดไม่มีเรือสำหรับอพยพพระ หากมีพระอาพาธหรือพระสูงอายุที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ก็ต้องใช้อุปกรณ์เท่าที่มีช่วยกันประคองออกมา แม้จะลำบากและต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อความปลอดภัยของพระสงฆ์ ตอนนี้ลำบากมากๆ ต้องอาบน้ำฝนในตุ่มที่รองไว้ เพราะน้ำในบ่อวัดถูกน้ำท่วมไปหมดแล้ว ถ่ายหนักก็ต้องถ่ายใส่ถุงผูกปากและกองรวมไว้ ขณะเดียวกัน สิ่งของจำเป็นภายในวัดก็เริ่มขาดแคลน เนื่องจากการเดินทางเข้าออกทำได้ยาก อาหารและน้ำดื่มต้องอาศัยญาติโยมและจิตอาสานำเข้ามาช่วยเหลือ ส่วนห้องน้ำภายในวัดไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสพยายามช่วยเหลือวัดด้วยการใช้เงินส่วนตัวจัดซื้อเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรับมือกับน้ำท่วม แต่สถานการณ์ครั้งนี้มีปริมาณน้ำมากจนเกินกำลังที่ทางวัดจะรับมือได้
จึงอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีจิตศรัทธา โดยเฉพาะเรือสำหรับใช้ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และช่วยเหลือพระอาพาธกับพระสูงอายุที่ยังอยู่ภายในวัด เพราะตอนนี้เริ่มเดินลุยน้ำไม่ไหวแล้ว
Advertisement