
(1 ต.ค. 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่าการช่วยเหลือเยียวยาของกรุงเทพมหานครอาจจะใช้เวลาเพราะผู้ประสบภัยมีจำนวนมากและเราจะต้องทำอย่างรอบคอบ ซึ่งมีสองเรื่องที่เรากำลังกังวลตอนนี้คือการฟื้นฟูกับการเยียวยาที่ถือว่าเป็นเรื่องหนักเพราะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมากรวมถึงกระบวนการและขั้นตอนตามกฏหมาย แต่จะทำให้ดีที่สุดและการให้เร็วจึงอยากขอให้ทุกคนช่วยกัน
ส่วนประเด็นที่เกิดขึ้นในเขตสายไหมเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีประชาชนไปรื้อแนวกั้นน้ำ ซอยสายไหม 43 เพราะไม่พอใจที่นำกระสอบทรายมาทำแนวกั้นโดยไม่ได้แจ้งให้คนในชุมชนทราบว่า สายไหมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เรามีความเห็นใจเพราะประชาชนด้านเหนือมีความกังวลเพราะน้ำยังท่วมสูงอยู่ เมื่อไปทำคันกั้นน้ำบางคนเลยไม่พอใจที่ทำให้บ้านเกิดน้ำท่วม ซึ่งก็ต้องพูดคุยกันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นแต่เกิดมานานแล้วและเกิดในหลายพื้นที่ เมื่อเราไปกั้นประชาชนก็เข้าใจว่าน้ำจะท่วมบ้าน แต่ย้ำว่าถึงจะกั้นหรือไม่กั้นก็ไม่มีผลอะไรเพราะมวลน้ำที่อยู่ด้านเหนือมีมหาศาล การกั้นจุดนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้น้ำสูงขึ้นหรือลดลง ขณะเดียวกันก็เห็นใจทุกคนเพราะอยู่ในช่วงที่ลำบาก แต่อะไรที่ช่วยได้ก็ต้องช่วย
นายชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า ในการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเมื่อเช้าได้ฝากให้กรมชลประทานช่วยระบายน้ำออกไปทางคลองรังสิตและเจ้าพระยาให้เยอะขึ้น จะได้ช่วยประชาชนที่อาศัยอาศัยอยู่ทั้งสองฝั่งให้ปริมาณน้ำลดลง
ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตสะพานสูง ที่ตอนนี้ประชาชนออกมาตัดพ้อ และน้อยใจว่าเป็นเขตที่ถูกลืมน้ำยังท่วมสูงอยู่ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่าเมื่อวานก็ไปลงพื้นที่มา และความยากของการระบายน้ำในเขตสะพานสูงคือพื้นที่อยู่ใต้คลองแสนแสบ แต่สถานการณ์วันนี้ปริมาณน้ำในคลองแสนแสบเริ่มอยู่ในระดับที่ดีขึ้น เราจะทยอยสูบน้ำออกแล้ววันนี้จะเอาเครื่องสูบน้ำไปลงที่คลองบ้านม้า ดึงน้ำลงคลองแสนแสบเพื่อระบายในเขตสะพานสูง ส่วนที่หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหงสถานการณ์น้ำก็เริ่มดีขึ้น แผนการระบายน้ำตอนนี้เราจะใช้คลองโต๊ะยอ ผัดน้ำที่คลองแสนแสบ และลงมาข้างล่างก็จะใช้ครองลาวตัดน้ำไปคลองกจาด
นายวิศณุ ยังกล่าวต่อว่าเห็นใจ และหนักใจแทนชาวบ้าน เพราะได้ไปเห็นกับตาว่าน้ำท่วมสูงหลายชุมชนหลายหมู่บ้าน และขอย้ำว่าเราไม่ลืมประชาชนในเขตสะพานสูงแน่นอน แต่ตอนนี้แผนจัดการน้ำคือต้องลดระดับน้ำในคลองให้ลดลงก่อนหากทำไม่ได้น้ำในหมู่บ้านก็ดึงออกไม่ได้ แต่คิดว่าวันนี้น่าจะเห็นผลระดับน้ำที่ท่วมขังจะลดลง ส่วนคลองหลักคาดว่าจะใช้เวลา 2 - 3 วัน
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการเตรียมรับมือกับฝนที่จะจะตกในสัปดาห์หน้าว่ายังไม่มีอะไรที่จะต้องวิตกเพราะ ปริมาณน้ำฝนไม่เยอะเหมือนครั้งนี้
ส่วนความกังวลเรื่องน้ำเหนือนั้น จากข้อมูลการประชุมร่วมกัน ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ทางตอนบนยังมีจำนวนไม่มาก จึงยังไม่มีความกังวลเท่ากับปริมาณฝนที่อาจตกแช่ในพื้นที่ ทั้งนี้ กทม. ได้ประสานงานกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิดในการดันน้ำออกไปทางทิศตะวันออก ผ่านจังหวัดปทุมธานีและฉะเชิงเทรา เพื่อเจือจางและลดผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในอย่างเต็มที่
นายชัชชาติ ดังกล่าวอีกว่า มีแนวคิดจะจัดสรรงบประมาณสักก้อนเพื่อซื้อท่อซิ่งเอาไว้สำหรับระบายน้ำเพราะคิดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งอีกทั้งราคาก็ไม่ได้แพงมาก ก็ถือเป็นโอกาสที่จะได้ทบทวนซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น
Advertisement