
วันที่ 1 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนใน จ.ขอนแก่น ยืนยันรับสิทธิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งเปิดให้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1–15 ต.ค. 69 โดยมีวงเงิน 1,000 บาทสำหรับใช้ 2 เดือน
ขณะที่ผู้ให้สัมภาษณ์เห็นว่าวงเงินยังน้อย เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ และต้องการให้เพิ่มความช่วยเหลือ โดยแม่ค้าขายปิ้งย่างและข้าวเหนียวเสนอให้กลับมาได้รับเดือนละ 1,000 บาท โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ตลอดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนมารอเข้าแถวทำธุรกรรมค่อนข้างหนาตา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถลงทะเบียนและกดยืนยันรับสิทธิผ่านแอปเป๋าตังได้ด้วยตนเอง จึงเดินทางมาขอให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยดำเนินการ
จากการสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่ลงทะเบียนตั้งแต่เริ่มเปิดยืนยันสิทธิสามารถทำรายการได้สำเร็จ แต่หลังเวลา 08.00 น. มีผู้พบปัญหาระบบล่าช้า และเข้าใช้งานไม่ได้ ต้องลองใหม่หลายครั้ง โดยช่วงสายมีผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก ทำให้บางรายต้องใช้เวลารอกว่าจะยืนยันสิทธิได้เรียบร้อย ประชาชนบางรายยังเข้าใจว่าจะได้รับวงเงินเท่าเดิม เมื่อทราบว่าวงเงิน 1,000 บาทเป็นยอดสำหรับใช้ 2 เดือน จึงเห็นว่าน้อยและไม่เพียงพอกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน พร้อมขอให้ได้รับความช่วยเหลือเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ยังแสดงความขอบคุณรัฐบาลที่มีมาตรการช่วยเหลือ เพราะเห็นว่าดีกว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย
น.ส.ใหม่ เถื่อนโยธา อายุ 52 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ชาวตำบลยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งนั่งขายลอตเตอรี่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเป็นประจำ ให้ข้อมูลว่า ในมุมมองของตน บรรยากาศหน้าธนาคารวันดังกล่าวไม่ได้มีคนแน่นมากนัก ผู้มาติดต่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์ด้วยตนเอง ตนยืนยันรับสิทธิผ่านโทรศัพท์ตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนเวลา 08.00 น. แม้ระบบจะทำงานช้าและต้องรอ คาดว่าอาจมีผู้ลงทะเบียนจำนวนมาก แต่สุดท้ายสามารถดำเนินการได้สำเร็จ จึงรู้สึกดีใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ลงทะเบียนโครงการนี้ ก่อนหน้านี้ใช้บัตรสวัสดิการและเพิ่งลงทะเบียนได้ในครั้งนี้ โดยยังไม่เคยใช้สิทธิโครงการดังกล่าว แต่จะลองใช้ดู และสำหรับวงเงินที่ได้รับเห็นว่า 1,000 บาทสำหรับ 2 เดือนยังน้อยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ เนื่องจากสินค้าต่างๆ มีราคาแพงขึ้น หากเพิ่มวงเงินได้ก็จะเป็นเรื่องดี แต่ที่ได้นี้ก็ดีกว่าไม่ได้
ด้าน น.ส.วาลิน ปัสสาคร อายุ 47 ปี แม่ค้าขายของปิ้งย่างและข้าวเหนียว ซึ่งประกอบอาชีพนี้มาร่วม 12 ปี ให้ข้อมูลว่า ช่วงที่มีโครงการยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 1,000–2,000 บาท จากเดิมวันละ 4,000 บาท เป็นวันละ 5,000–6,000 บาท เมื่อทราบว่ารัฐบาลต่ออายุโครงการให้อีก 2 เดือน ก็รู้สึกดีและขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยอุดหนุนและต่ออายุความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม วงเงิน 1,000 บาทสำหรับ 2 เดือนยังไม่เพียงพอ จึงอยากให้กลับมาได้รับเดือนละ 1,000 บาทเช่นเดิม โดยลูกค้าที่มาใช้บริการต่างบ่นว่าวงเงินลดลง และต้องการได้รับเดือนละ 1,000 บาทเหมือนที่ผ่านมา
ฝากถึงรัฐบาลว่า “อยากได้ยอดเหมือนเดิม” โดยเห็นว่าอย่างน้อยควรได้รับเดือนละ 1,000 บาท และอยากให้มีความช่วยเหลือต่อเนื่องไปตลอด ส่วนการยืนยันสิทธิของตนดำเนินการตั้งแต่ช่วงเช้าจึงไม่พบปัญหา แต่มีลูกค้ามาบอกว่าเข้าใช้งานระบบไม่ได้ โดยเธอมองว่าปัญหาเกิดขึ้นในช่วงที่มีผู้เข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก
Advertisement