
วันที่ 30 กันยายน 2569 นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอบางคนที เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ เยี่ยมให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประชาสัมพันธ์แนวทางการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
สำหรับอำเภอบางคนที ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเป็นจุดที่มวลน้ำจากเขื่อนแม่กลองไหลมาถึงก่อน ประกอบกับสภาพพื้นที่มีคลองซอยและร่องสวนจำนวนมาก ทำให้น้ำระบายออกได้ช้า ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่เยี่ยมและพูดคุยกับประชาชนที่บ้านของนางมาลีวัลย์ ตำบลโรงหีบ อำเภอบางคนที ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ระบบ Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยถึงประชาชนในพื้นที่พอดี โดยขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำแม่กลอง ริมคลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมเคลื่อนย้ายและอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย
นายชยชัย กล่าวว่า ขณะนี้มวลน้ำที่ปล่อยลงมาก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาถึงจังหวัดสมุทรสงครามแล้ว และจากการติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่าระดับน้ำยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่บางคนทีและอัมพวา ขณะที่ยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกมากเพียงใด จึงต้องแจ้งเตือนประชาชนเพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้ก่อน กรณีที่บ้านพักอาศัยของท่านไม่สามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย ขอให้เคลื่อนย้ายและอพยพออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ขอให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่ได้เตรียมไว้ ส่วนผู้ที่บ้านยังสามารถอยู่อาศัยได้ เช่น มีพื้นที่สูงหรือเป็นบ้านสองชั้น ก็ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมหากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า จังหวัดได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงไว้รองรับประชาชนแล้วทั้ง 3 อำเภอ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเทศบาลในแต่ละพื้นที่ได้จัดเตรียมจุดรองรับไว้เบื้องต้น สำหรับอำเภอบางคนที สามารถเดินทางไปยังหอประชุมที่ว่าการอำเภอบางคนที ส่วนในพื้นที่อัมพวาและอำเภอเมือง จังหวัดได้เตรียมศูนย์พักพิงรองรับประชาชนไว้เช่นกัน
นายชยชัย ยังขอให้ประชาชนอย่าประมาท เพราะปริมาณน้ำยังมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมย้ำว่าหากเกิดเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งหน่วยงานที่ได้ประสานไว้ในพื้นที่ รวมถึงนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน
นอกจากนี้สามารถติดต่อสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายชยชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกหน่วยงานในจังหวัดกำลังบูรณาการทำงานเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และขอให้พี่น้องชาวสมุทรสงครามร่วมกันติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย
Advertisement