
วันที่ 29 ก.ย. 69 ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่บริเวณหมู่บ้านเศรษฐสิริ ประชาชื่น ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว หลังปริมาณน้ำได้ทะลักเข้าท่วมขังทั่วทั้งหมู่บ้าน ครอบคลุมกว่า 600 หลังคาเรือน
โดยระดับน้ำในพื้นที่ส่วนใหญ่ท่วมสูงจนถึงระดับเข่า และในบางจุดที่เป็นพื้นที่ต่ำ ระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับอก ทำให้การเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง ทั้งฝั่งติดคลองประปาและฝั่งด้านหลังหมู่บ้าน จนชาวบ้านอยู่ในสภาพเหมือน
ถูกตัดขาดหรือ “ติดเกาะ” ไม่สามารถนำรถยนต์เข้า-ออก หรือออกไปซื้ออาหารและสิ่งของอุปโภคบริโภคได้ตามปกติ
ดร.แก้ว กล่าวว่า วันนี้ตนได้ลงพื้นที่หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าปริมาณน้ำได้ทะลักเข้าท่วมขังทั่วทั้งหมู่บ้าน ครอบคลุมกว่า 600 หลังคาเรือน เต็มทะเลสาบขนาด 15 ไร่ภายในหมู่บ้านจนล้นเข้าท่วมพื้นที่สัญจรและถนนสายหลัก ระดับน้ำท่วมขังเฉลี่ยอยู่ที่ 30–50 เซนติเมตร (ระดับเข่า) และในจุดพื้นที่ลุ่มต่ำมีระดับน้ำสูงถึงระดับอก ทำให้ชาวบ้านตกอยู่ในสภาพ “ติดเกาะ”
วันนี้จึงได้ทำการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความปลอดภัย และคอยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสิ่งของอุปโภคบริโภค เข้ามาให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งประสานหน่วยงานทหาร เพื่อนำรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามาช่วยรับ-ส่งชาวบ้าน เข้า-ออกพื้นที่ เพื่อเดินทางไปซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมทั้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ให้เร่งเข้าตรวจสอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเสาไฟฟ้า กระแสไฟฟ้ารั่วไหล และประสานไปยังเทศบาลนครนนทบุรี ขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่หมู่บ้านเป็นการเร่งด่วน
ทั้งนี้ ดร.แก้ว ได้ฝากเน้นย้ำไปยังหน่วยงานราชการทุกแห่ง ให้เร่งเข้ามาดูแลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยอย่ามองว่าเป็นหมู่บ้านเศรษฐีแล้วจะไม่เดือดร้อน เพราะยามวิกฤติเช่นนี้ทุกคนต่างได้รับผลกระทบเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งในระยะยาวหลังจากระดับน้ำลดลงแล้ว จะต้องมีการร่วมมือกับชาวบ้านเพื่อปรับปรุงระบบการระบายน้ำของหมู่บ้านให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
ด้านผู้แทนชาวบ้านในพื้นที่ได้กล่าวขอบคุณ ดร.แก้ว ที่เร่งเข้ามาช่วยประสานงาน พร้อมสะท้อนความเดือดร้อนว่า แม้จะเป็นหมู่บ้านจัดสรร ราคาหลายสิบล้าน แต่เมื่อเกิดวิกฤติน้ำท่วมขังเช่นนี้ ประชาชนทุกคนได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันหมด ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน
Advertisement