
วันที่ 24 ก.ย.2569 จากกรณีที่มีพายุฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่บ้านคลองใหญ่ หมู่ 2 ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งปริมาณฝนที่ตกสะสมทำให้ดินอุ้มน้ำ ก่อนกำแพงด้านหลังวัดคลองใหญ่ พังถล่มเป็นแนวยาวประมาณ 50 เมตร ทับโรงจอดรถและรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ขณะที่ช่องเก็บอัฐิของผู้ล่วงลับที่อยู่ตามแนวกำแพงได้รับความเสียหายนับร้อยช่อง
จากการตรวจสอบพบว่า กำแพงที่พังถล่มมีความสูงประมาณ 1.50 เมตร ตั้งอยู่ด้านหลังวัด ติดกับซอยที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออก และมีบ้านเรือนประชาชนอยู่หลายหลังคาเรือน ตลอดแนวกำแพงดังกล่าวมีช่องที่ญาติของผู้ล่วงลับนำอัฐิมาเก็บไว้เป็นจำนวนมาก
ก่อนเกิดเหตุ เมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน 2569 มีฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน ทำให้ดินบริเวณดังกล่าวอุ้มน้ำ ประกอบกับพื้นที่ตั้งของกำแพงวัดอยู่สูงกว่าถนนภายในซอย จนไม่สามารถรับน้ำหนักได้และเกิดพังถล่มลงมาบนถนน กระแทกโรงจอดรถจนเสาได้รับความเสียหาย รวมถึงทับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเสียหาย 1 คัน และทำให้ช่องเก็บอัฐิตามแนวกำแพงเสียหายนับร้อยช่อง
นายปวิชญช์ เทวาประดับ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอิรุณ หมู่ 2 เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ตนพร้อมนายปิยะรัตน์ ระบาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ากำแพงวัดพังถล่มเป็นแนวยาวประมาณ 50 เมตร และบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ญาติของผู้ล่วงลับนำอัฐิมาเก็บไว้ตามช่องกำแพง
ภายหลังเกิดเหตุจึงได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนและญาติของผู้ล่วงลับที่นำอัฐิมาเก็บไว้บริเวณดังกล่าว เข้ามาตรวจสอบและนำอัฐิออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้นำไปเก็บรักษาไว้บนกุฏิพระสงฆ์ภายในวัดเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
จากนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการวัด เพื่อหารือและขอมติในการซ่อมแซมหรือก่อสร้างกำแพงขึ้นใหม่ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ญาติของผู้ล่วงลับจึงสามารถนำอัฐิกลับมาเก็บไว้บริเวณแนวกำแพงตามเดิม
ด้านนายสมพร พรมหู อายุ 39 ปี และนางสาวรัชนี ตันสม อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาที่พักอาศัยอยู่บริเวณด้านหลังกำแพงวัดคลองใหญ่ เล่าว่า คืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา มีฝนตกหนักและต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง กระทั่งช่วงรุ่งเช้าตื่นขึ้นมาพบว่ากำแพงวัดได้พังถล่มลงมาใส่โรงจอดรถของครอบครัว และทับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ติดกับกำแพงได้รับความเสียหาย 1 คัน
ทั้งคู่ระบุว่า ยังถือว่าโชคดีที่รถกระบะของพี่ชายไม่ได้จอดอยู่บริเวณดังกล่าวในช่วงเกิดเหตุ มิฉะนั้นอาจได้รับความเสียหายไปด้วย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองอิรุณได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้นแล้ว
นอกจากนี้ นายสมพรยังได้นำห่ออัฐิของมารดาที่เก็บอยู่บริเวณกำแพงดังกล่าวออกไปเก็บรักษาไว้บนกุฏิ ตามคำแนะนำของพระภายในวัดเป็นการชั่วคราว และจะรอจนกว่าทางวัดจะซ่อมแซมหรือสร้างกำแพงใหม่แล้วเสร็จ จึงจะนำอัฐิของมารดากลับมาเก็บไว้บริเวณเดิมอีกครั้ง
Advertisement