Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน'

เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน'

19 ก.ย. 69
18:51 น.
แชร์

เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน' คลังชีวิตใต้น้ำ

โครงการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เสมือนจริง (Learning VR) ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) หนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดงภายในงาน "ลาดกระบังนิทรรศน์ 2026" กำลังพาผู้คนดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลไทยได้โดยไม่ต้องลงน้ำแม้แต่หยดเดียว ลองจินตนาการว่าคุณกำลังยืนอยู่กลางแนวปะการังสีสันสดใส มีปลาการ์ตูนแหวกว่ายอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ชิดจนแทบเอื้อมมือแตะได้ ทุกรายละเอียดคมชัดราวกับอยู่ในที่นั้นจริง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใส่ชุดดำน้ำ ไม่ต้องกลั้นหายใจ และไม่ต้องเดินทางไปถึงชายฝั่งแม้แต่ก้าวเดียว นี่คือประสบการณ์ที่โครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" กำลังพยายามส่งมอบให้กับคนไทยทุกคน ผ่านการนำเทคโนโลยี VR มาจัดเก็บและถ่ายทอดความหลากหลายของปลา ปะการัง และทรัพยากรทางทะเลไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ให้กลายเป็น "คลังชีวิตใต้ท้องทะเล" ที่ไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลา

รศ.ดร.อนัญญา เจริญพรนิพัธ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศชายฝั่ง ทะเล และการจัดการทรัพยากรประมง หัวหน้าโครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการมาจากข้อจำกัดของการศึกษาระบบนิเวศใต้ทะเลแบบเดิม ที่ต้องอาศัยการดำน้ำสำรวจซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและเข้าถึงยาก ขณะที่สิ่งมีชีวิตหลายชนิดกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ เมื่อประกอบกับยุคที่เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทีมงานจึงเห็นโอกาสในการจำลองระบบนิเวศใต้ทะเลให้อยู่ในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อสื่อสารความรู้ให้ทั่วถึงโดยไม่ต้องลงน้ำจริง ทั้งหมดนี้ดำเนินงานภายใต้กรอบของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ที่มุ่งจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ทะเลพื้นถิ่นหายากทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ไปยังเครือข่ายโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ

กระบวนการสร้างโลกใต้ทะเลเสมือนจริงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลธรรมชาติ สภาพแวดล้อม แหล่งที่อยู่อาศัย และภาพถ่ายสัตว์น้ำลงในฐานข้อมูล ก่อนส่งต่อให้ฝ่ายอาร์ต สถาปนิก และนักออกแบบอุตสาหกรรมขึ้นโมเดล 3 มิติ แล้วจึงส่งต่อให้ทีมวิศวกรโรโบติกส์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์นำเข้าสู่ระบบ Immersive VR หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่ง ที่รศ.ดร. อนัญญา ควบคุมรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด ทั้งสัดส่วนลำตัว ตำแหน่งครีบ รูปแบบหาง และสเกลเทียบกับฉากปะการัง เพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อนจากจินตนาการของนักออกแบบ นอกจากนี้ยังต้องหาจุดสมดุลระหว่างความสมจริงของโมเดลกับขีดความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์และแว่น VR เพราะยิ่งรายละเอียดสูง ภาระการประมวลผลก็ยิ่งมากตามไปด้วย

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง VR กับสื่อการเรียนรู้แบบเดิมคือการเปลี่ยนจาก "การดูภาพ" สู่ "การมีประสบการณ์ร่วม" (Immersive Experiential Learning) ในอดีตการเรียนเรื่องระบบนิเวศทางทะเลอาศัยหนังสือหรือภาพถ่ายสองมิติ ซึ่งไม่สามารถถ่ายทอดสรีระ ท่วงท่าการว่ายน้ำ หรือตำแหน่งที่อยู่อาศัยจริงได้ชัดเจน ขณะที่ VR ให้มิติสามมิติเสมือนได้ลงไปอยู่ใต้น้ำจริง เห็นปลาการ์ตูน ปลาสลิดหิน หรือปลาเทวดาแหวกว่ายรอบแนวปะการังในระยะใกล้ชิดกว่าที่นักดำน้ำจริงบางครั้งยังเข้าไม่ถึง และยังถ่ายทอดภาพขึ้นจอขนาดใหญ่ให้ผู้ชมคนอื่นเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ ทำให้ใช้งานได้ทั้งในห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะ

ปัจจุบันโครงการฯ เลือกพื้นที่นำร่องหลัก 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ซึ่งนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งในห้องแล็บ Metaverse AI ของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนคร และจังหวัดกระบี่ ที่ร่วมกับเทศบาลเมืองกระบี่จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ใต้ทะเลอันดามัน ด้วยการจำลองระบบนิเวศของ "เรือหลวงเกล็ดแก้ว" เรือปลดประจำการที่จมกลายเป็นแนวปะการังเทียมบริเวณเกาะพีพี เพื่อให้นักเรียน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสโลกใต้ทะเลเสมือนก่อนดำน้ำจริง แผนขยายผลต่อไปคือกระจายสื่อการเรียนรู้นี้สู่โรงเรียนในเครือข่าย อพ.สธ. ทั่วประเทศ และพื้นที่ห่างไกลทะเลอย่างภาคเหนือ-อีสาน เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เด็กที่ไม่เคยเห็นทะเลจริง "อย่างเด็กที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคเหนือ เขาไม่เคยเจอทะเลเลย แต่ถ้าเทศบาลเอาซอฟต์แวร์ตัวนี้ไปเปิดให้นักเรียนดูก็จะเป็นคุณูปการอย่างมหาศาลเลยกับความคิดและโลกทัศน์ของเด็ก"

เป้าหมายของโครงการฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่มุ่งสร้าง "ความรู้สึกผูกพันกับทะเลไทย" เพราะเมื่อผู้เรียนได้เห็นทั้งความงดงามและความเปราะบางของระบบนิเวศด้วยตนเอง ย่อมนำไปสู่จิตสำนึกการอนุรักษ์ในระยะยาว สำหรับทิศทางในอนาคตข้างหน้า โครงการตั้งเป้าพัฒนาระบบให้รองรับการโต้ตอบ (Interactive) ที่สมบูรณ์ขึ้น เมื่อผู้เรียนชี้อุปกรณ์ไปยังสัตว์ทะเล เช่น ปลาหูช้าง ปลาหมอทะเล หรือปลาสิงโต ระบบจะแสดงชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะทางชีววิทยา และแหล่งที่อยู่อาศัยขึ้นทันที เสมือนคลังข้อมูลดิจิทัลในตัว พร้อมวางแผนเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ VR ออกสู่แพลตฟอร์มเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงฐานข้อมูลธรรมชาติทางทะเลไทยได้สะดวกและยั่งยืน "อยากให้คนเข้าใจในบริบทของงานที่เราทำ แล้วเห็นภาพว่าใต้ทะเลมันสวยแบบนี้ ทำให้อาจารย์อยากสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเข้ามาท่องในโลกใต้ทะเลอันสวยงาม ถ้าเราดูผ่านแว่น VR แล้วเราเลือกไปที่ตัวปลา สมมุติปลาหูช้าง ก็บอกชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะ แหล่งที่อยู่อาศัยมาหมดเลยได้ข้อมูลเหมือนเป็นฐานข้อมูลของคนที่จะเข้าไปศึกษา"

หัวใจของโครงการ "ทะเลไทยในโลกเสมือน" จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยี VR มาใช้กับการศึกษาเท่านั้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความรู้ ประสบการณ์ และการอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทะเลไทยสามารถดำรงอยู่ได้ทั้งในธรรมชาติและในความทรงจำของคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลไทยด้วยตนเอง สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่เว็บไซต์ pla.fish

Advertisement

แชร์
เปิดประสบการณ์ดำดิ่งใต้ทะเลไทยด้วย VR ในโครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน'