Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
‘พลพีร์’ บุกสุสานยิวเถื่อนบางคล้า เจอ 4 ศพ สั่งลุยเช็กเครือข่ายทุนยิว

‘พลพีร์’ บุกสุสานยิวเถื่อนบางคล้า เจอ 4 ศพ สั่งลุยเช็กเครือข่ายทุนยิว

11 ก.ย. 69
14:56 น.
แชร์

‘พลพีร์’ บุกตรวจสุสานยิวบางคล้า ผงะเจอ 4 ศพฝังไร้ใบอนุญาต จี้พิสูจน์เอกลักษณ์หวั่นอำพราง สั่งขยายผลทุนยิวโยงป่าตอง-ชลบุรี

วันที่ 11 กันยายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ ซึ่งมีการใช้เป็นสุสานในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยช่วงที่ลงจากรถได้มีการพูดคุยกับนายอำเภอบางคล้า โดยนายอำเภอได้อธิบายว่า โดยระยะห่างของถนนทางหลวงและแหล่งตามหลักเกณฑ์ยังถือว่าได้อยู่ ก่อนที่นายพลพีร์ จะบอกว่า “ท่านดูดี ๆ นะระวังจะสาวมาถึงท่าน”

จากนั้นนายพลพีร์ ได้เดินไปทักทายคณะชาวเสม็ดใต้ที่ได้มาถือป้าย ขอบคุณมท.2 ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และบุคลากรทุกหน่วยงาน ที่ไม่ทิ้ง มาช่วยไล่ผีจากบ้านเรา "ผียิว ออกไป ชาวเสม็ดใต้ไม่เอาผี Get Out ออกไป"

โดยนายสันต์ ศรีเจริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลเสม็ดใต้ ได้กล่าวกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า พื้นที่นี้บริษัทมาได้อย่างไร หรือขอสัญชาติไทยได้อย่างไร ทั้งที่เป็นคนต่างชาติ รวมถึงผู้ว่าราชการฯคนเก่า ที่ได้เซ็นอนุมัติไว้ ไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์อะไรเลย ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ฝากให้รัฐมนตรีดำเนินการด้วย ซึ่งนายพลพีร์รับปากว่า "ได้ครับ"

จากนั้นเจ้าหน้าที่ อบต.ไขกุญแจเปิดประตูให้นายพลพีร์ ได้เข้าไปดูภายในสุสาน ขณะที่บริเวณด้านหน้าได้มีการติดป้ายห้ามใช้อาคาร ซึ่งเป็นคำสั่งขององค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ ที่ประกาศไว้ ณวันที่ 7 กันยายน 2569 หากมีการฝ่าฝืนคำสั่งจะมีโทษทั้งทางอาญาตามมาตรา 67 พรบ.ควบคุมอาคาร 2522

ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ซึ่งมีการใช้เป็นสุสานในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ว่า เบื้องต้นขอยืนยันว่า ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสุสานหรือฌาปนสถานของศาสนาใดทั้งสิ้น แต่จากการเข้าตรวจสอบยังพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายในพื้นที่จำนวน 4 ร่าง โดยในจำนวนนี้ 3 หลุมมีการโบกปูนแล้ว

โดยข้อมูลปีที่ระบุบนหลุมศพพบว่า ร่างแรกเสียชีวิตในปี 2023 หรือ พ.ศ. 2566 ส่วนอีก 2 ร่างระบุปี 2025 และ 2026 ซึ่งสะท้อนว่ามีการนำร่างเข้ามาฝังในช่วงที่สถานที่แห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตแล้ว ขณะที่อีกร่างหนึ่งยังอยู่ภายในเต็นท์ มีแสลนหุ้มปิดและยังไม่ได้โบกปูน ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปตรวจดูร่างดังกล่าว แต่เชื่อว่าอาจถูกนำเข้ามาในปีนี้เช่นเดียวกัน

นายพลพีร์ กล่าวว่า นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดได้หารือกับบริษัทเจ้าของสถานที่แล้ว โดยบริษัทแจ้งว่า อาจดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างออกภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับตนประเด็นสำคัญขณะนี้ไม่ใช่เพียงการย้ายศพ แต่ต้องตรวจสอบให้ได้ก่อนว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายเป็นชาวต่างชาติจริงหรือไม่ และชื่อที่สลักไว้บนแผ่นหินอ่อนตรงกับบุคคลที่ถูกฝังอยู่จริงหรือไม่

ขณะนี้ข้อมูลของหน่วยงานในพื้นที่ ยังไม่ทราบชัดเจนว่า ผู้เสียชีวิตแต่ละรายเสียชีวิตจากสาเหตุใด และเป็นชาวต่างชาติจริงหรือไม่ จึงได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครอง รวมถึงประสานหน่วยงานสาธารณสุข ตรวจสอบข้อมูลการเสียชีวิตว่าเป็นการเสียชีวิตตามปกติ อุบัติเหตุ หรือมีเหตุอื่นใดเกี่ยวข้อง

“ถ้ามีชาวต่างชาติเข้ามาแล้วเสียชีวิต แต่ไม่มีการแจ้งหน่วยงานรัฐบาลเลย แล้วอยู่ดี ๆ นำร่างมาฝังไว้ ก็ต้องตรวจสอบว่าถูกต้องตามกฎหมายและกระบวนการของไทยหรือไม่ หรือถ้าร่างที่อยู่ข้างล่างไม่ใช่ชาวต่างชาติ แต่เป็นคนไทย เราจะดำเนินการอย่างไรต่อ” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ ระบุว่า จึงต้องการให้บริษัทที่นำร่างมาฝังนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนการเคลื่อนย้าย โดยไม่ได้ห้ามการย้าย แต่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ถูกฝังเป็นใคร และเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีที่อาจเป็นการอำพรางร่างของผู้เสียชีวิตในประเทศไทย

เบื้องต้นบริษัทแจ้งความประสงค์จะย้าย 3 ร่างไปยังสุสานย่านเจริญกรุง กรุงเทพฯ ซึ่งมีพื้นที่สุสานอยู่แล้ว โดยนายพลพีร์ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับชาวต่างชาติ และอีกส่วนประมาณกว่า 100 ตารางวา บริษัทได้เช่าพื้นที่ไว้ ปัจจุบันมีร่างชาวอิสราเอลฝังอยู่ประมาณ 49 หลุม แต่ยังไม่แน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอรองรับหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยกรณีสถานที่แห่งนี้เคยได้รับใบอนุญาตมาก่อน นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนเองก็สงสัยเช่นกันว่าใบอนุญาตสามารถออกได้อย่างไร โดยสถานที่ได้รับใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2564 ก่อนจะไม่ได้รับการต่ออายุในเวลาต่อมา เนื่องจากสถานที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ทั้งเรื่องแหล่งน้ำและถนน

จากรายงานของนายอำเภอ ทราบว่าในช่วงที่ออกใบอนุญาต ถนนบางสายอาจยังไม่ได้ถูกยกสถานะเป็นทางหลวง ทางหลวงชนบท หรือถนนขององค์การบริหารส่วนตำบล แต่ปัจจุบันสภาพและสถานะของพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

นายพลพีร์ กล่าวว่า จะให้จังหวัดจัดทำข้อมูลส่งไปยังศาลปกครองเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ทราบว่าขณะที่บริษัทนำเรื่องไปร้องต่อศาลปกครองนั้น มีการยื่นพยานหลักฐานใดประกอบบ้าง ขณะเดียวกัน วันนี้ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความกังวลอย่างชัดเจน โดยออกมารวมตัวถือป้ายคัดค้าน จึงจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมข้อมูลดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของศาล

สำหรับการถือครองที่ดิน นายพลพีร์ ระบุว่า บริษัทที่เข้ามาซื้อที่ดินมีผู้ถือหุ้น 3 ราย ซึ่งเดิมเป็นชาวอิสราเอล แต่ได้รับสัญชาติไทยแล้ว ดังนั้นในทางกฎหมายเมื่อมีสัญชาติไทยก็สามารถซื้อที่ดินได้ โดยพื้นที่ที่ซื้อบริเวณนี้มีประมาณ 15 ไร่ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวยังปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เคยลงตรวจสอบในป่าตองด้วย ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI กำลังขยายผลตรวจสอบเครือข่าย ทั้งที่มาของเงิน แหล่งเงินที่ใช้ลงทุน การดูแลทรัพย์สิน ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นกับบริษัทในพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น โดยขณะนี้ DSI อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

นายพลพีร์ ย้ำว่า หากตรวจสอบพบความเชื่อมโยงจริง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหากพบการกระทำความผิด การฟอกเงิน ธุรกิจสีเทา หรือกิจกรรมผิดกฎหมาย พร้อมระบุว่า การมีสัญชาติไทยไม่ได้ทำให้ผู้กระทำผิดได้รับการยกเว้นจากกฎหมาย หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายก็สามารถดำเนินการกับทรัพย์สิน และตรวจสอบเรื่องสถานะสัญชาติได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สุสานแห่งนี้ นายพลพีร์ ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือการใช้นอมินี แต่ในเครือข่ายที่ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่พบข้อมูลแล้วว่ามีการใช้นอมินีในการถือครองที่ดิน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่น ๆ และกำลังขยายผลเครือข่ายต่อเนื่อง โดยดำเนินการมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว

นายพลพีร์ เปิดเผยอีกว่า ในวันอังคาร เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล จะมีการหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม DSI สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสรุปภาพรวมว่าเครือข่ายดังกล่าวมีโครงสร้างและความเชื่อมโยงอย่างไร ก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป

เมื่อถามถึงพฤติกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีการนำร่างเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะหลังถูกชาวบ้านคัดค้าน นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องเวลาเข้าออกอาจเป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนบุคคล แต่สิ่งที่ผิดปกติชัดเจนคือ การนำร่างเข้ามาฝังทั้งที่สถานที่ไม่มีใบอนุญาต

วันนี้บริษัทอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยทิ้งกุญแจไว้ แต่ไม่มีตัวแทนบริษัทมาร่วม นายพลพีร์ เห็นว่า การนำร่างเข้ามาฝังโดยที่หน่วยงานในท้องที่ไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใครและเสียชีวิตจากสาเหตุใด ถือเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะ 3 ใน 4 ร่างที่ถูกนำมาฝังในช่วงที่ไม่มีใบอนุญาต

นายพลพีร์ กล่าวว่า ได้สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดและรองอธิบดีกรมการปกครองเร่งตรวจสอบว่า หากจะร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ จะสามารถดำเนินคดีในข้อหาใดได้บ้าง เพราะการใช้เพียง พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้มานานและมีอัตราโทษปรับต่ำ อาจไม่เพียงพอกับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น

“มันแสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายของเรา การที่จะเอาศพเข้ามาก็เอาเข้ามา จะเอาออกก็เอาออก โดยไม่แจ้งว่าคนตายเป็นใคร มีชื่อ มีรูปพรรณสัณฐาน หรือเป็นบุคคลนั้นจริงหรือไม่ เราก็ยังไม่รู้”

นายพลพีร์ ระบุว่า หลังจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมการปกครองจะเร่งรวบรวมรายละเอียดทั้งหมด ก่อนหารือร่วมกันอีกครั้งที่ที่ว่าการอำเภอ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ด้านนาง นวลจันทร์ แฉ่งเจริญ ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ตอนที่เริ่มสร้างสุสานมีรถแบ็คโฮมาจอด อ้างว่าสร้างรั้วบริษัทเอกชน แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลว่าเป็นบริษัททำธุรกิจใด ซึ่งทางอบต. แจ้งชาวบ้านว่ามีการสร้างรั้วเท่านั้น

แต่มารู้ว่าที่ดังกล่าวเป็นสุสาน ตอนที่มีการนำร่างผู้เสียชีวิต รายที่ 2 เข้ามาฝังเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว โดยชาวบ้านมารู้ว่ามาการสร้าวเรือนรับรอง สำหรับชะล้างศพ จึงกังวลว่า น้ำที่ใช้ในการชะล้างศพจะไปทางไหน ทำให้เกิดความกังวลทั้งเรื่องสุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นช่วงหน้าฝน อาจมีน้ำไหลออกไปในพื้นที่เกษตร ที่อาจจะมี สารปนเปื้อน สารพิษหรือสารเคมี ที่ทำให้ได้รับกระทบได้ จึงมีการยื่นเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และศูนย์ดำรงธรรม แต่มีศูนย์ดำรงธรรมเพียงที่เดียวที่ตอบกลับมา เบื้องต้นชาวบ้านคัดค้านไม่อยากได้สุสาน และจะช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีการพยายามจะทำพื้นที่กลับมาอีก

Advertisement

แชร์
‘พลพีร์’ บุกสุสานยิวเถื่อนบางคล้า เจอ 4 ศพ สั่งลุยเช็กเครือข่ายทุนยิว