
(10 ก.ย. 2569) ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และ นายนิติธร ล้ำเหลือ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ปลุกพลังมวลชนเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" หลังเกิดเหตุกรณี นายยาคอฟ นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล หรือที่ถูกเรียกว่า "ยิวกร่าง" ก่อเหตุกระทำตัวกร่าง ข่มขู่เอาชีวิต และสร้างความหวาดผวาให้กับคนไทย รวมถึงมีพฤติกรรมคุกคามในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกันนี้ทางนายสนธิ ยังประกาศเดินทางไปทั่วประเทศไทยในจังหวัดอื่นๆ อีกหลายจังหวัด
นายสนธิ เปิดเผยถึงการประเมินพลังของมวลชนในเวทีแรก ว่า ตนไม่ประเมินอะไรทั้งสิ้น ไม่เคยสนใจว่าจะมากี่คน ตนสนใจว่าได้นำพาคำพูดของตัวเองมาแล้วคนเข้าใจหรือไม่ หากจะพูดถึงครั้งแรกนั้น ก็ยังมากกว่าสมัยที่ตนประท้วง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ 21 ปีที่แล้ว ของพวกนี้ตนไม่กังวล เพราะคนที่ควรกังวลคือรัฐบาลมากกว่า ตนไม่ได้ล้มเขา เพียงแต่กดดัน คำตอบตนชัดเจนถ้าเขาทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เพราะหากทำเรื่องอะไรเกิดขึ้นตนก็จะไปประท้วงเรื่องนั้น อยากปกครองแผ่นดินก็ปกครองไปแต่จะมีความสุขหรือไม่นั้นตนก็ไม่รู้ แต่หากอยากจะมีความสุขก็หยุดทำความชั่ว
เมื่อถามว่าการออกมาครั้งนี้มีบางสื่อกังวลว่าจะกระทบกับความมั่นคงหรือไม่ นายสนธิ ระบุว่า ปฏิกิริยาทุกครั้งที่ตนออกมาตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ก็จะมีสุนัขรับใช้ของพวกมีอำนาจออกมา แม้กระทั่งเพื่อนรักของตนที่เคยมีพระคุณ ที่เคยปราศรัยและพูดในที่ประชุมจังหวัดเชียงรายด่าตน ซึ่งตนไม่ได้ประหลาดใจ เพราะยิ่งมี IO มาก ยิ่งมีรัฐมนตรีอย่างนายสุชาติ ชมกลิ่น ออกมาด้อยค่า ตนรู้ว่าพวกเขาเดือดร้อนและกำลังทำงานให้เจ้านายเพื่อเก็บแต้มโบนัส แต่ตนไม่แคร์ความรู้สึกของโซเชียล เพราะตนรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่ทำคือความจริง วันนี้อาจยังไม่ปรากฏแต่สักวันต้องปรากฏ เหมือนนายทักษิณ ที่ตนสู้เขามา 17 ปีให้หลัง ถึงจะปรากฏในคำรับสารภาพเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ และทุกคำรับสารภาพของเขานั้นก็ตรงกับประเด็นที่ตนต่อสู้มาโดยตลอด
เมื่อถามว่าการที่จะเดินทางไปหลายจังหวัดทำไมไม่ไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นต้นสายปลายเหตุในเรื่องนี้ นายสนธิ กล่าวว่า บุรีรัมย์มีคนผูกขาดอยู่แล้ว คือ พันตำรวจเอก เสรีพิสุทธิ์ เตมิยเวช อย่าไปยุ่ง
เมื่อถามถึงกรณีทุนเทา จีนเทา จะมีการเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ นายสนธิ เปิดเผยว่า มีแน่นอน ตนจะไปจัดเวทีที่จังหวัดชลบุรี
เมื่อถามต่อถึงความสัมพันธ์กับประเทศอิสราเอล หวั่นกระทบหรือไม่ เนื่องจากมีแรงแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศดังกล่าวจำนวนมาก นายสนธิ กล่าวว่า ทุกคนเข้าใจผิดเรื่องแรงงาน อิสราเอลต้องการพึ่งพาแรงงานไทย เพราะคนไทยเห็นแก่เงินและน่าเห็นใจ เสียชีวิตในอิสราเอลช่วงสงครามอิหร่านหลายคน แต่ถูกปิดเป็นความลับ ตนเคยเตือนไปแล้วว่าคนไทยไม่ควรเดินทางไปและสร้างปัญหาให้ประเทศไทย รู้อยู่แล้วว่าเขารบกันแต่ยังเดินทางไปทำไม ส่วนเรื่องความเป็นอยู่และความอยู่รอดปลอดภัยนั้นก็เป็นเรื่องของเขาที่ต้องดูแลตัวเอง ฉะนั้นอิสราเอลจะยุติไม่รับแรงงานไปก็เรื่องของเขา และแรงงานไทยเป็นแรงงานเดียวที่ไม่กลัวตายขอแค่จ่ายเงินมา
ส่วนจะยื่นหนังสือต่อสถานทูตจีนเมื่อไหร่นั้น นายสนธิ ระบุว่า ตนยังไม่ทราบ อย่าถามว่าเมื่อไหร่ แต่ทำแน่
เมื่อถามว่าวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการนัดรวมตัวกันเป็นครั้งแรกหลังลั่นกลองรบ มีอะไรอยากฝากถึงนายกฯ อนุทิน โดยตรงหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่ต้องฝากถึง เพราะเขาเป็นคนฉลาด ทุกคนในประเทศไทยโง่กว่าเขาหมด
ส่วนกรณีที่นายกฯ อนุทิน ระบุว่าคนไทยไม่ได้ติดหนี้ใคร ไม่ต้องไปกลัว นายสนธิ ระบุว่า 400,000 ล้านบาทที่กู้มานั้นติดหนี้ใคร พูดจายังไม่รู้สี่รู้แปดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไปกู้มา 400,000 ล้านบาทนำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทย 200,000 ล้านบาท ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทเก็บเอาไว้บอกเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เมื่อดูรายละเอียดแล้วก็คือช่วงทำมาหากิน เพราะ 200,000 ล้านบาทนำมาเปลี่ยนผ่านให้หน่วยงานราชการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพราะฉะนั้นความไม่โปร่งใสมีตลอดเวลา แล้วเมืองไทยไปติดหนี้ใคร นายอนุทินติดหนี้ประชาชนที่เดือดร้อน เพราะประชาชนของนายอนุทินกับประชาชนของตนเป็นคนละประชาชนกัน โดยประชาชนของตนต้องการประเทศไทยที่มีหลักนิติรัฐที่มั่นคง ด้วยความมียุติธรรม จนวันนี้นายอนุทินและพรรคพวกที่ปักแจ๋ว ยังไม่บอกตนเลยว่าไอ้โม่งตัวไหนที่กักตุนน้ำมัน มูลค่า 19,000 ล้านบาท
เมื่อถามถึงรูปแบบการนัดชุมนุมในวันที่ 14 กันยายนนั้น นายสนธิ ระบุว่า ตนไม่ทราบ โดยรัฐบาลชุดนี้กำลังมีวิกฤตสองช่วง คือ ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ที่ กกต. 5 คน ที่สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายสีน้ำเงินเป็นคนเลือกมา คาดการณ์ว่าจะมีมติ 5:2 เพราะฉะนั้นวันที่ 14 จะเป็นวันชี้ชะตาอีกวันหนึ่งของนายอนุทิน และรัฐบาลชุดนี้ ตนมองว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานอะไรไม่เคยโปร่งใสเลย ให้สัมภาษณ์สื่อก็บอกว่าทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ แต่ตนยืนยันว่าไม่ขับไล่ ปล่อยให้อยู่อย่างทุกข์ทรมาน แต่หากผลออกมาสวนทางกับสิ่งที่ประชาชนเห็น ตนนัดชุมนุมแน่นอน ไม่วันที่ 18 ก็วันที่ 19 กันยายน และอีกเรื่องนึงคือวันที่ 28 เป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินใจว่าการเลือกตั้งโมฆะหรือไม่
นายสนธิ กล่าวอีกว่า กกต. ที่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ขนาดหลักฐานไม่ค่อยมีก็ยังส่ง กลับกันในเรื่องที่มีหลักฐานแน่น ก็ไม่ส่ง ฉะนั้น กกต. 5 คน ต้องติดคุก ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะเขาสามารถฟ้องและเอาอดีตที่เคยทำตัวอย่างมาเปรียบเทียบ ว่าเคยส่งเรื่องพวกนี้ไปให้ฟ้อง แต่พอถึงตอนนี้ส่งไปเพราะอะไร
เมื่อถามว่านักธุรกิจอิสราเอลที่กระจายอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ต้องการให้ถอนทุนออกไปเลย นายสนธิ กล่าวว่า นักธุรกิจอย่าว่าแต่ไทย-อิสราเอล แต่อินเดีย จีน หรือพม่า คำถามที่คาใจตนคืออยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การทำธุรกิจนั้นทำอย่างไร อาจจะมีนอมินี ซึ่งตนจะเสนอไปว่าในเรื่องของกฎหมายนอมินีนั้นเบาไป
เมื่อถามว่าจะมีการดึงพันธมิตรเก่าในอดีตมาร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ไม่ต้องเลย ตนไม่สนใจใครแม้แต่นิดเดียว เพราะวันนี้ตนสีธงชาติ จะเสื้อแดงเสื้อโน่นเสื้อนี่ตนไม่แคร์ ขอให้มีจุดยืนเหมือนตน เพราะประเทศเรากำลังชิบหายวายป่วง อยากเรียกร้องให้เรากดดันรัฐบาลให้ทำในสิ่งที่เห็นว่าประเทศไทยควรมีสิ่งพวกนี้ ขับไล่พวกสีเทาออกไปเพื่อยึดแผ่นดินไทยคืนมา
Advertisement