
วันที่ 4 กันยายน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงตรวจคลินิกชุมชนอบอุ่น ตามที่ปรากฎข่าวกรณีแพทย์คนหนึ่งในคลินิกชุมชนอบอุ่น ที่มีพฤติกรรมด่าทอและโทรศัพท์ข่มขู่ผู้ป่วย โดยเหยียดหยามผู้ใช้สิทธิรักษาพยาบาล 30 บาท (บัตรทอง) ว่าเป็น “คนไข้ชั้นต่ำ” ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มอบหมายให้ พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ของ สปสช. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานพยาบาล ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ในวันนี้
เบื้องต้นพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ได้แก่ 1.ไม่มีแพทย์ผู้ปฎิบัติงานอยู่ประจำสถานพยาบาล 2.ไม่มีแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล เนื่องจากแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ยกเลิกการปฎิบัติงานในสถานพยาบาลไปก่อนหน้า รวมทั้ง พบประเด็นความไม่ถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ปัญหาการส่งต่อผู้ป่วย และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงบริการ เช่น การจ่ายยาโรคเรื้อรังเพียง 3-7 วัน ซึ่งทาง สปสช. อยู่ระหว่างพิจารณาระงับการให้บริการของสถานพยาบาลดังกล่าว และส่งต่อผู้ป่วยไปรับบริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า การสื่อสารด้วยความเคารพและเห็นอกเห็นใจเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพแพทย์ โดยแพทย์ผู้ให้บริการควรจะต้องจัดการอารมณ์และสภาวะจิตใจอย่างเหมาะสม มุ่งเน้นการสื่อสารเชิงบวกกับผู้ป่วย ด้วยผู้ป่วยและญาติมักอยู่ในภาวะเปราะบางทางอารมณ์ คำพูดที่นุ่มนวล และสุภาพย่อมลดความตึงเครียด ซึ่งส่งผลดีต่อสภาวะจิตใจและการฟื้นตัวของร่างกาย
อีกทั้ง การปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความเมตตาและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นแกนหลักของจริยธรรมทางการแพทย์ กรณีที่แพทย์มีพฤติกรรมการใช้ถ้อยคำอันไม่เหมาะสม เหยียดหยามผู้ป่วยนั้น อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 ในข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมไม่ประพฤติหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และข้อ 23 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยสุภาพและปราศจากการบังคับขู่เข็ญ เว้นแต่ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะฉุกเฉินอันจำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่ง กรม สบส. จะมีการรวบรวมข้อมูลดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
Advertisement