
วันที่ 4 ก.ย. 69 นายกร (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้วิดีโอคอลเข้ามาขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ระหว่างที่กำลังทำพิธีฝังศพภรรยาและลูก เพื่อร้องขอความเป็นธรรมจากกรณีที่ภรรยาท้องแก่และลูกในครรภ์เสียชีวิตอย่างกะทันหัน
นายกร เปิดเผยว่า ภรรยาของตนตั้งครรภ์ลูกคนแรก และฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีกำหนดคลอดในวันที่ 1 ก.ย. 69 ซึ่งทางโรงพยาบาลได้นัดให้ไปกระตุ้นการคลอดล่วงหน้าในวันที่ 31 ส.ค. 69 เวลา 16.00 น. แพทย์ได้ทำการอัลตราซาวนด์พบว่าทารกในครรภ์ปกติดี มีน้ำหนักกว่า 3 กิโลกรัม จากนั้นจึงทำการกระตุ้นการคลอด แต่มดลูกยังไม่เปิด แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านไปก่อน
กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย. 69 ภรรยามีอาการเป็นตะคริวที่แผ่นหลัง ปวดท้อง และอาเจียน ตนจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดเพียง 2 เซนติเมตร จึงประเมินว่าต้องทำการผ่าคลอด ทว่าทางโรงพยาบาลกลับไม่มีแพทย์ผ่าตัด และเครื่องมือทางการแพทย์ที่พร้อม จึงต้องเตรียมส่งตัวไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยระหว่างรอจนถึงช่วงเช้า ภรรยามีอาการหายใจไม่ค่อยออก เจ้าหน้าที่จึงต้องใส่สายออกซิเจนช่วยเหลือ
ต่อมาในเวลาประมาณ 10.00 น. รถพยาบาลได้เริ่มออกเดินทางเพื่อส่งตัวผู้ป่วย ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง แต่เมื่อรถออกไปได้เพียง 10 นาที ภรรยากลับเกิดอาการช็อกและหมดสติ รถพยาบาลจึงต้องวนกลับมาที่โรงพยาบาลเดิม และนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน เพื่อทำการปั๊มหัวใจ ทว่าไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ภรรยาและลูกในครรภ์เสียชีวิตลงในเวลา 11.40 น.
หลังเกิดเหตุ ตนได้นำร่างภรรยาและลูกไปส่งชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ขุนยวม
อย่างไรก็ตาม ตนยังคงติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการส่งต่อผู้ป่วยในกรณีเร่งด่วนนั้นล่าช้าเกินไปหรือไม่ จึงตัดสินใจนำร่างของภรรยาและลูกกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน และติดต่อมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม
ทั้งนี้วันที่ 3 ก.ย. 69 ทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการรักษาและรอผลชันสูตร
ด้าน นางปวีณา หงสกุล ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมระบุว่าได้ประสานไปยัง นพ.ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้สูญเสีย นอกจากนี้ยังได้ประสาน นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน ให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวของนายกร โดยทางมูลนิธิฯ จะติดตามความคืบหน้าของกรณีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
Advertisement