
การเคหะแห่งชาติ จัดพิธีมอบรางวัลโครงการประกวด “ชุมชนสดใส จิตใจงดงาม” ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัยในการพัฒนาที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม และการบริหารจัดการ พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ชุมชนที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ เข้าร่วมงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 5 (สันทนาการ) การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ โดยมีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 555,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างชุมชนที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และเอื้อต่อการอยู่อาศัยอย่างมีความสุข จึงจัดให้มีการประกวดโครงการ “ชุมชนสดใส จิตใจงดงาม” ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยร่วมดูแลและพัฒนาชุมชน สร้างความสามัคคี ความเอื้ออาทร และความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน และการเคหะแห่งชาติสนับสนุนและประสานความร่วมมือ เพื่อให้คนในชุมชนได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ” และนำศักยภาพของชุมชนมาต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
สำหรับการประกวดฯ ในปี 2569 นี้ การเคหะแห่งชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมกับที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท โดยประเภทอาคารเช่าและอาคารแนวราบ พิจารณา 3 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม ด้านการบริหารจัดการชุมชน และด้านการส่งเสริมครอบครัวเข้มแข็ง ส่วนประเภทอาคารแนวสูง พิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม ด้านกระบวนการมีส่วนร่วม ด้านการบริหารจัดการชุมชน และด้านการลดการใช้พลังงาน
ผลการประกวด “ชุมชนสดใส จิตใจงดงาม” ประจำปี 2569 ประเภทอาคารแนวสูง รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรเชียงใหม่ (หนองหอย 2) รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรนครราชสีมา (หนองจะบก) รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรมีนบุรี และรางวัลชมเชย ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรภูเก็ต ถลาง 1 โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน จังหวัดชลบุรี (นาเกลือ) ส่วนที่ 1–3 และโครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง 3ประเภทอาคารแนวราบ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรระยอง บ้านฉาง 3 รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรรังสิต คลอง 10/2 รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โครงการเคหะชุมชนธนบุรี 1 ส่วนที่ 4 และรางวัลชมเชย ได้แก่ โครงการเคหะชุมชนนครศรีธรรมราช ระยะ 1 โครงการบ้านเอื้ออาทรบุรีรัมย์ (หนองกี่) และโครงการเคหะชุมชนลพบุรี 1 ระยะที่ 1–3
ประเภทอาคารเช่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดเชียงใหม่ (หนองหอย) รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โครงการเคหะชุมชนสงขลา ระยะ 2 (เขารูปช้าง) รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า และรางวัลชมเชย ได้แก่ โครงการเคหะชุมชนแหลมฉบัง วาระที่ 1 ระยะ 2 โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยจังหวัดอุดรธานี (สามพร้าว) และโครงการอาคารสงเคราะห์ยมราช (สิริสาสน์)
ส่วนเงินรางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ 60,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 30,000 บาท และรางวัลชมเชย จำนวน 15,000 บาท โดยผู้ได้รับรางวัลทุกประเภทจะได้รับโล่รางวัลและเกียรติบัตร รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 555,000 บาทนอกเหนือจากการมอบรางวัลให้แก่ชุมชนที่ชนะการประกวดแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ รำวงลพบุรี การแสดง จากชาวชุมชนโครงการเคหะชุมชนลพบุรี 1 "รำเซิ้งอีสานบ้านเฮา" และขับร้องเพลง "ความเท่าเทียมทางเพศ" จากชาวชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทรบุรีรัมย์ (หนองกี่) พร้อมมีการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “ความปลอดภัยในชุมชนและการป้องกันภัยออนไลน์” โดย พันตำรวจเอก ต่อลาภ ตินะมาตร ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ ๑ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อีกด้วย
นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติหวังให้ชุมชนที่ได้รับการพัฒนาเป็นต้นแบบ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานไปยังชุมชนอื่น เพื่อขยายผลการพัฒนาจากระดับชุมชนสู่สังคมในวงกว้าง สอดคล้องกับภารกิจของการเคหะแห่งชาติและนโยบายสำคัญของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการสร้างสังคมที่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน
Advertisement