
วันที่ 18 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากลูกศิษย์วัดสระเกษ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังโพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ “Atthachai Pariyano” พร้อมระบุข้อความว่า 'เลวระยำจริงๆคนแบบนี้ เอา กกน. มาสวมที่พระเกศ พระนอนปางปรินิพพาน แถมยังเยี่ยวรดพระประทานเหม็นมากๆ อุบาทคน'
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบพระอรรถชัย ปริญญาโณ เป็นพระลูกวัดสระเกษ ก่อนจะพาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูจุดเกิดเหตุภายในใต้เจดีย์พระบรมธาตุรัตนเจดีย์ศรีสงขลา พบกางเกงในสีดำ คลุมที่พระเกศมาลาของพระพุทธรูปปางปรินิพพาน แล้วก็มีน้ำอยู่ข้างลำตัวพระพุทธรูป ซึ่งทราบว่าเป็นฉี่ของคนที่มาก่อเหตุ โดยปีนจากด้านหน้าฐาน จนทำให้พานสักการะบูชาธรรมจักรหัก และพบว่าก่อนนี้ที่พระแก้วมรกต คนก่อเหตุได้นำอะไรไม่รู้มาแปะปิดหน้าพระแก้วมรกตไว้ ซึ่งได้ทำความสะอาดออกไปแล้วแต่ยังมีคราบติดอยู่ และยังพบว่ามีตู้ทำบุญขอบด้านข้างโดนงัด แต่โชคดีช่างได้เชื่อมปิดตายไว้ก่อนแล้ว
เบื้องต้นทราบคนก่อเหตุชื่อเล่นว่า นายเม อายุ 30-35 ปี ซึ่งอาศัยอยู่หลังวัดสระเกษ
พระอรรถชัย ปริญญาโณ เล่าว่า เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว นายเมได้เข้าไปนอนในเจดีย์ เมื่อถึงเวลาปิดประตูเวลา 17.00 น. ตนก็เห็นว่าเขานอนอยู่ จึงได้บอกว่าให้ออกมานอนข้างนอก เพราะที่ดังกล่าวไม่ใช่ที่นอนถึงเวลาปิดประตูแล้ว จากนั้นวันถัดมาเขาก็ไม่ฟังก็ยังเข้าไปนอนอีก แล้วก็ทำลายทรัพย์สิน โต๊ะหมู่บูชา ทั้งพานพุ่ม พานดอกไม้ พุ่มทองหัก และอีกหลายๆ อย่าง ทำให้ได้รับความเสียหาย จากนั้นเขาก็ได้ขึ้นไปชั้น 2 แล้วก็หักยอดพระเกศแล้วก็ถอดออก โกศอัฐิก็เทหกเลอะเทอะ จนกระจัดกระจาย ตนก็เลยไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.สงขลา ผ่านไป 2 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาบอกว่าโทษคดีลักทรัพย์มันไม่มีหลักฐานเพียงพอ เอาเป็นคดีทำร้ายทรัพย์สิน และข่มขู่ จนมาถึงวันนี้ได้ข่าวว่าเขาได้ออกมาจากเรือนจำแล้ว คาดว่าน่าจะออกมาแล้ว มาทำแบบนี้ เพื่อประกาศให้รู้ว่า ‘มาแล้ว’
สิ่งที่เขาทำล่าสุดเอากางเกงในสวมที่พระเกศมาลา แล้วก็ฉี่ใส่องค์พระพุทธรูป ซึ่งเป็นปางปาปรินิพพาน เป็นปางประธานในเจดีย์ พระบรมธาตุรัตนเจดีย์ศรีสงขลา พอมาเห็นมันทำร้ายจิตใจมากเลย เบื้องต้นเป็นคนหลังวัด แม่ขายโรตีอยู่ ตนไม่แน่ใจไม่รู้ว่าแม่ของเขายังขายอยู่หรือเปล่า หรือย้ายไปที่อื่นแล้ว ส่วนเจ้าอาวาสนั้นบอกว่า ‘ก็ไม่อยากเอาความเอาอะไร ให้มันจบๆ ไป มันเกิดเรื่องเกิดราวเป็นคดีความขึ้นมาแล้ว แกไม่อยากปวดหัวแกก็ให้อภัย แล้วก็แล้วไปไม่อยากเอาความ ไม่รู้จะเอาอะไรให้มันจบลงแค่นี้‘
สุดท้ายอยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยเข้ามาตรวจสอบสอดส่องดูแลสักหน่อย เพื่อความปลอดภัยพระลูกวัด ก่อนหน้านี้ก็อันตรายอยู่ด้วย เพราะตนเองทำหน้าที่เปิดปิดประตูเจดีย์ เพราะมันเสี่ยงอยู่เหมือนกัน ตนกลัวว่าจะมาทำร้ายร่างกาย เพราะครั้งที่แล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน คนที่ก่อเหตุคนเนี่ยมีอาวุธด้วย ซึ่งตนก็กลัวเรื่องความปลอดภัย
Advertisement