
เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นช่วงปิดอ่าวมาหยาตามมาตรการประจำปี ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม–30 กันยายน เพื่อให้ระบบนิเวศน์ใต้ทะเล ปะการัง และบนฝั่งชายหาดได้ฟื้นตัว รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูมรสุม
การสำรวจครั้งนี้ใช้ทั้งอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน การติดตั้งกล้องวิดีโอใต้น้ำพร้อมเหยื่อล่อ หรือ BRUVS รวมถึงการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล บินสำรวจประชากรฉลามครีบดำ 13 ครั้ง ติดตั้ง BRUVS จำนวน 20 ครั้ง และตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล 20 ครั้ง ผลการบินสำรวจพบว่า ช่วงเช้าหลังฟ้าสางเป็นช่วงที่พบฉลามครีบดำมากที่สุด โดยพบเฉลี่ย 139 ตัว ช่วงเย็นพบเฉลี่ย 28 ตัว และจากการสำรวจทั้งหมด 13 ครั้ง พบจำนวนสูงสุดในช่วงเช้าของวันที่ 3 สิงหาคม 2569 สามารถนับฉลามครีบดำได้มากถึง 149 ตัว
ที่น่าสนใจคือ ในช่วงเวลาดังกล่าวพบฉลามครีบดำระยะตัวเต็มวัยและวัยใกล้เต็มวัย ซึ่งมีขนาดมากกว่า 1 เมตร รวมตัวว่ายวนอยู่ใกล้ชายหาดเป็นจำนวนมากกว่าที่เคยพบจากการสำรวจในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นักวิจัยจึงตั้งข้อสังเกตว่า การรวมฝูงดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสืบพันธุ์ หรืออาจเป็นผลจากช่วงปิดอ่าวที่ไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ยังพบฉลามครีบดำวัยอ่อนขนาดต่ำกว่า 1 เมตร ประมาณ 5–6 ตัว ว่ายอยู่บริเวณริมหาดหน้าอ่าวมาหยา
โดยเฉพาะในช่วงที่คลื่นลมสงบ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ยังคงมีฉลามครีบดำหลายช่วงวัยเข้ามาใช้ประโยชน์ ส่วนการสำรวจด้วย BRUVS พบว่าฉลามที่ตอบสนองต่อเหยื่อล่อส่วนใหญ่เป็นฉลามครีบดำวัยอ่อน โดยมีพฤติกรรมจู่โจมเหยื่อชัดเจนในช่วงเย็นและค่ำที่สภาพคลื่นลมสงบ และพบจำนวนสูงสุดในเฟรมเดียวกัน หรือ MaxN จำนวน 6 ตัว ขณะที่ฉลามครีบดำระยะตัวเต็มวัยพบประมาณ 1–2 ตัว ว่ายวนอยู่ห่างจากจุดติดตั้ง BRUVS ออกไปเล็กน้อย
นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยว่า การพบฉลามครีบดำจำนวนมากในอ่าวมาหยา แม้จะอยู่ในช่วงฤดูมรสุมและปิดพื้นที่ท่องเที่ยว ถือเป็นข้อมูลสำคัญทางระบบนิเวศ โดยเฉพาะการพบทั้งฉลามวัยอ่อนและตัวเต็มวัย สะท้อนว่า อ่าวมาหยายังคงเป็นแหล่งอาศัยและพื้นที่ใช้ประโยชน์ตามธรรมชาติที่สำคัญของฉลามครีบดำ และเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนผลของการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์และการเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
Advertisement