
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. บริเวณรอบทุ่งศรีเมือง ถนนอุปราช และถนนชยางกูร มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัฒจันทร์ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้กว่า 5,000 ที่นั่งเต็มอย่างรวดเร็ว จากการประเมินในช่วงเช้าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานราว 30,000-50,000 คน
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเคลื่อนขบวนต้นเทียนพรรษาที่ส่งเข้าประกวดและจัดแสดงกว่า 40 ต้น ทั้งประเภทแกะสลัก ประเภทติดพิมพ์ และเทียนโบราณ ซึ่งล้วนสร้างสรรค์อย่างประณีตจากช่างฝีมือและคุ้มวัดต่าง ๆ ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยแต่ละต้นถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงาม
คุ้มวัดที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ วัดผาสุการาม อำเภอวารินชำราบ เจ้าของผลงานต้นเทียนแกะสลักขนาดใหญ่, วัดพระธาตุหนองบัว, วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่), วัดศรีประดู่, วัดบูรพา, วัดแจ้ง, วัดสุปัฏนารามวรวิหาร, วัดใต้ท่า และวัดพลแพน ซึ่งต่างนำต้นเทียนอันวิจิตรงดงามเข้าร่วมประชันความอลังการในปีนี้
ต่อมาเวลา 08.30 น. ได้มีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ บริเวณหน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมประกอบพิธีเปิด ก่อนที่ขบวนต้นเทียนจากคุ้มวัดต่าง ๆ จะเริ่มเคลื่อนผ่านเส้นทางสายวัฒนธรรม ท่ามกลางเสียงเชียร์และความประทับใจของผู้ชม พร้อมขบวนนางรำในชุดผ้าไทยนับพันคนที่ร่วมฟ้อนรำอย่างงดงาม สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมอีสานได้อย่างโดดเด่น
นอกจากขบวนแห่ในช่วงกลางวันแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งเทศกาล ทั้งการแสดงแสง สี เสียง และขบวนเทียนในช่วงค่ำ รวมถึงการจัดแสดงต้นเทียนพรรษาตามจุดสำคัญของเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิด
งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ไม่เพียงเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและศรัทธาในพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างความคึกคักให้กับเมืองตลอดช่วงเทศกาลเข้าพรรษาในปีนี้
Advertisement