
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 17 ก.ค. 69 เกิดอุบัติเหตุแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่กว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร ล้มโค่นทับคนงานอย่างรุนแรงภายในซอยสุขุมวิท 66/1 กทม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย
เบื้องต้นทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลจาก พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา เปิดเผยสั้นๆ ว่า เป็นแผ่นคอนกรีตหล่นลงมาทับคนงาน ไม่ใช่ตัวอาคารถล่ม เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายทั้งคู่ คาดว่าเป็นแรงงานต่างด้าว โดยทั้งสองเป็นคนงานที่เข้ามาดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากอาคารดังกล่าวอยู่ระหว่างการซ่อมแซมและรีโนเวต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุแผ่นคอนกรีตหล่นทับคนงาน ภายในซอยสุขุมวิท 66/1 พบว่าเป็นอาคาร 2 ชั้น ซึ่งเดิมเคยเป็นศูนย์บริการรถยนต์ ปัจจุบันปิดใช้งานและอยู่ระหว่างการรีโนเวต โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวไม่สามารถเข้าไปบันทึกภาพภายในได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของเอกชน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้นำผ้าใบมากั้นปิดพื้นที่บริเวณด้านหน้าจุดเกิดเหตุ จากการสังเกตของทีมข่าวพบว่า มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายหน่วยงาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาให้ข้อมูลหรือชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมาทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายศรีรัตน์ ศิริงามเจริญพร อายุ 36 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก และได้เข้าไปช่วยเหลือคนงาน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตน และแฟนสาวกำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร ก่อนเกิดเหตุเห็นคนงาน 2-3 คน กำลังใช้เครื่องมือเจาะและทุบกำแพงอยู่บริเวณชั้น 2 จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงดังคล้ายของถล่มลงมา จึงหันไปดูพบว่าคนงานที่อยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารก่อนจะเห็นกำแพงถล่มลงมาทับคนงาน ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย เมื่อไปถึงพบคนงาน 1 คน ถูกแผ่นคอนกรีตทับครึ่งลำตัว นอนนิ่งและมีเลือดไหลออกทางจมูก ส่วนคนงานอีก 1 คน นั่งอยู่ข้างๆ ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา คาดว่าถูกแผ่นคอนกรีตกระเด็นมาทับจนเป็นแผลลึกเห็นถึงกระดูก
นายศรีรัตน์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้คนประมาณ 5-6 คน พยายามช่วยกันยกแผ่นคอนกรีตออก โดยใช้เหล็กงัด แต่ไม่สามารถยกได้ เนื่องจากแผ่นคอนกรีตมีน้ำหนักมาก คาดว่าหนักประมาณ 1 ตัน
นอกจากนี้ นายศรีรัตน์ ยังเล่าว่า อาคารดังกล่าวเดิมเป็นศูนย์บริการรถยนต์ ก่อนจะปิดกิจการหลังหมดสัญญา และไม่มีผู้ใช้งานมาประมาณ 2-3 ปี กระทั่งมีคนงานเข้ามาดำเนินการรีโนเวตอาคาร
สำหรับแผ่นคอนกรีตที่ถล่มลงมานั้น เป็นส่วนของกำแพงบริเวณชั้น 2 ลักษณะเป็นกำแพงยาวที่ฉาบปูนไว้ ก่อนจะพังถล่มลงมาทับคนงานดังกล่าว
Advertisement