
ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จนทำให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 33 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมากล่าสุดนางสาวบุษกร แสนสุข ประธานสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่า ตั้งแต่วันแรกที่ลงพื้นที่ ทีมวิศวกรตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเพลิงจึงลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีเชื้อเพลิงจำนวนมาก จึงเริ่มตรวจสอบหาต้นตอของเชื้อเพลิงภายในอาคาร
ในตอนแรกมองว่าเกิดจากเชื้อเพลิงอยู่ฝ้าเพดานที่เป็นแผ่นซับเสียงหรือวัสดุตกแต่ง แต่พอมาดูก็ไม่ได้มีความหนาหรือมากจนเกินไปและก็ไปเจอว่าเหนือฝ้าเพดาน ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็ก มีการฉีดพ่นโฟมฉนวนกันความร้อนหนาประมาณ 3 นิ้ว และเมื่อเปิดฝ้าเพดานตรวจสอบ ก็พบว่าด้านในเกิดการลุกไหม้เป็นวงกว้าง จนทำให้เกิดการสะสมของความร้อนและแรงดันภายในโฟมฉนวนกันความร้อนภายในฝ้าเพดานลุกไหม้จนกลายเป็นเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดก๊าซจากการเผาไหม้สะสมอยู่ภายในอาคาร
ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บหลายรายที่ระบุว่า ได้กลิ่นฉุนจนแสบจมูก โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุดคือบริเวณหน้าเวที เมื่อเกิดเหตุและมีการเปิดประตู อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่อาคารอย่างรวดเร็ว ทำให้ก๊าซเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ได้รับออกซิเจนและติดไฟทันที ส่งผลให้เกิดเปลวไฟพุ่งออกมาอย่างรุนแรง
โดยสารโฟมที่เคลือบจะได้มาตรฐานหรือไม่นั้นอยู่ที่การพิสูจน์ลักษณะการลุกไหม้ และพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของร้านมีการฉีดพ่นโฟมหนาประมาณ 2 นิ้ว แต่บริเวณหน้าเวทีและบาร์น้ำมีการฉีดพ่นหนาประมาณ 3 นิ้ว และเคลือบทั้งด้านบนและด้านล่าง
ส่วนกรณีการผสมสารหน่วงไฟในโฟมนั้น แม้จะช่วยชะลอการลุกติดไฟในระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้ในการทดสอบ แต่หากเกิดเพลิงไหม้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าดังกล่าว โฟมก็ยังสามารถลุกไหม้และกลายเป็นเชื้อเพลิงได้
และยังฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการว่า บ้านเรามีอากาศค่อนข้างร้อน หากจะนำโฟมไปฉีดพ่นก็เสี่ยงเรื่องอัคคีภัย และก็ต้องดูระบบไฟฟ้าร่วมด้วย แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เพดานต่ำ และมีการติดไฟที่เพดาน การแผ่รังสีความร้อนก็จะเร็วยิ่งขึ้น และการเคลื่อนที่ของไฟก็จะเร็วขึ้น อาคารที่มีลักษณะแบบนี้ที่มีเชื้อเพลิงจำนวนมาก ควรมีการติดตั้งระบบระบายควันหรือพัดลมระบายควันตามมาตรฐาน เพื่อช่วยลดการสะสมของควันและความร้อน เพิ่มโอกาสในการอพยพของผู้ที่อยู่ภายใน และลดการกระทบต่อโครงสร้างอาคารไม่ให้ถล่มตามมา
Advertisement