
วันที่ 15 มิ.ย. 69 ที่จ.ชัยภูมิ เกิดเหตุบัดสีบัดเถลิง ครูซึ่งเป็นโค้ชวอลเลย์บอล อดีตเยาวชนทีมชาติไทยในรั้วโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง กระทำการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กชายหลายคน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ และเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลที่ครูคนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นโค้ช เรื่องแดงขึ้นเมื่อนาย เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี วิ่งหนีตายจากการติดตามของโค้ชไปหลบซ่อนตัวในห้องน้ำของนักการภารโรง แล้วแอบโทรศัพท์มาบอกนางบี ผู้เป็นแม่ ว่าถูกครูที่เป็นโค้ชวอลเลย์บอลตามล่าตัว เพื่อสนองความใคร่
ซึ่งก่อนหน้านี้ ถูกกระทำมาแล้ว แต่ไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากถูกข่มขู่ ด้วยความกลัวจะถูกไล่ออกจากทีม จึงเก็บความทุกข์ทรมานไว้กับตัวเองเพียงลำพัง แต่ครั้งนี้สุดจะทน หลังครูเข้ามาหาที่เตียงภายในห้องนอน ซึ่งเป็นห้องนอนรวมของนักกีฬา แต่ละเตียงห่างกันประมาณ 40-50 เซนติเมตร โดยใช้ผ้าม่านบางๆ กั้นระหว่างเตียง เพื่อเป็นส่วนตัว
ในคืนนั้นประมาณ 4-5 ทุ่ม โค้ชได้เข้ามาหา และสั่งให้เงียบห้ามส่งเสียงดัง จากนั้นได้ลงมือลูบคลำ ดมดูด รูดเลียตามร่างกาย และอวัยวะเพศ ตนเกิดอาการกลัว และเจ็บจึงขอร้องให้โค้ชหยุด แต่ไร้ผล มีเพียงเสียงเข้มๆ ของโค้ชสั่งให้นับ 1-60 แล้วจะหยุดทำ หลังนับเกือบครบ โค้ชสั่งให้นับใหม่อย่างช้าๆ ตนต้องทำตาม
นางบี แม่ของนายเอ ผู้ถูกกระทำน้ำตาคลอเบ้าว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชาย 2 คน คนโตเสียชีวิต ส่วนคนเล็กคือคนที่ตกเป็นข่าวนี้ มีความสามารถและชื่นชอบด้านกีฬาวอลเลย์บอล ตนจึงนำลูกมาเรียน และเข้าทีมวอลเลย์บอลกับโรงเรียน เนื่องจากเป็นโรงเรียนเด่นด้านกีฬา และที่สำคัญสามารถดึงตัวโค้ชระดับอดีตทีมเยาวชนชาติไทยคนที่ก่อเหตุ มาทำหน้าที่ฝึกสอนได้ ตนมีความไว้ใจ มั่นใจทั้งโรงเรียนและโค้ชคนนี้มาก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับลูกชายของตน
ในวันที่ลูกโทรมาหา น้ำตาแม่ร่วงเป็นทางด้วยความสงสารลูก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านเพชร อ.ภูเขียว ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 69 จนขณะนี้คดีไม่มีความคืบหน้า จึงเข้าร้องต่อสื่อ
ด้านนายเอ พร้อมกับเพื่อนๆ ออกมายืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นที่เล่าให้กับแม่ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง ส่วนสาเหตุที่เล่าช้านั้น เนื่องจากเกิดความกลัวจะถูกไล่ออกจากทีม กลัวจะถูกกลั้นแกล้ง และทำร้าย ก่อนเล่าให้แม่ฟังได้เล่าให้เพื่อนที่นอนอยู่เตียงติดกันฟัง เพื่อนๆ จึงแนะนำให้เล่าให้ผู้ปกครองฟัง และเพื่อนๆ ยังบอกว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยได้ยินมาบ่อยจนชินมีเพื่อนอีกหลายคนถูกกระทำด้วย จากนั้นตนจึงตัดสินใจเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด
นายซี เพื่อนนายเอที่ถูกกระทำ และเป็นเพื่อนร่วมห้องที่นอนเตียงติดกันเล่าว่า ตนเห็น และได้ยินเหตุการณ์ที่เพื่อนถูกกระทำอย่างชัดเจน เพราะมีเพียงผ้าม่านบางๆ กั้นไว้เท่านั้น แม้แต่เสียงโค้ชสั่งให้นับ 1-10 ตนรู้สึกสงสารเพื่อนมากๆ แต่ตนไม่กล้าช่วยเพื่อน เพราะกลัวจะถูกจับเรียงคิวเป็นรายต่อไป จึงได้แค่นอนเกร็งจนโค้ชเสร็จภารกิจ
Advertisement