
ที่ ร้านบะหมี่โบราณ ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก นำพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ฉายพระรูปกับเจ้าของร้านและครอบครัว ขนาดใหญ่ มาติดตั้งอยู่ภายในร้านเพื่อเป็นที่ระลึก เนื่องในโอกาสพระองค์ เสด็จประทับร้านบะหมี่โบราณ เสด็จเสวยพระกระยาหารกลางวัน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553
นายสุรศักดิ์ นุชโพธิ์ อายุ 67 ปี เปิดเผยว่า ร้านบะหมี่โบราณ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ก๋วยเตี๋ยวรัฐมนตรี ได้มีโอกาสรับเสด็จ พระองค์ท่านเสด็จมากับพระสหายรุ่นเดียวกันเกือบทั้งหมด ในวันนั้นพระองค์จะเสด็จไปที่คอกสุนัขพันธุ์บางแก้ว เพราะว่าจะมารับสุนัขไปทรงเลี้ยง ครั้งแรกที่พระองค์เดินทางมาถึงที่ร้านพระองค์ทรงแต่งกายแบบเรียบง่ายธรรมดา ทรงเป็นกันเองกับทางร้านมาก พระองค์ท่านไม่เคยถือพระองค์เลย
ก่อนที่พระองค์ท่านจะเสด็จกลับ แม่บ้านของตนเองได้ทูลขอพระองค์ท่านว่าอยากมีพระรูปของพระองค์ไว้เพื่อเป็นศิริมงคลของทางร้าน พระองค์ทรงจูงมือแม่บ้านไป พร้อมบอกว่า ไปถ่ายรูปกับเรา รวมทั้งครอบครัวของตนเองทั้งหมดด้วย พระองค์ท่านจูงมือออกมาแล้วก็มาถ่ายภาพกันที่หน้าร้าน หลังจากที่ถ่ายภาพเสร็จ พระองค์ก็เสด็จต่อไปที่คอกสุนัขพันธุ์บางแก้ว ที่มีชื่อเสียงของ จ.พิษณุโลก พระองค์ท่านทรงรับสุนัขพันธุ์บางแก้วไปเลี้ยงในวันนั้น และในโอกาสนั้น แม่บ้านของตนเองมีพระรูปของ พระองค์ภา สมัยตอนทรงพระเยาว์อยู่รูปหนึ่ง ได้นำมาให้พระองค์ทรงทอดพระเนตร แล้วถามพระองค์ว่ารู้จักเด็กในภาพนี้ไหม พระองค์ตรัสตอบว่าเรามีภาพแบบนี้ด้วยเหรอ พระองค์ไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน ท่านมีความรู้สึกและภูมิใจ รักประชาชน ที่อุตส่าห์เก็บรูปพระองค์ท่านเอาไว้ ภาพนี้เป็นภาพที่แม่บ้านของตนเองได้ถ่ายเอาไว้ด้วยตนเอง และไม่ได้อยู่ในระบบสำนักพระราชวัง และพระองค์ได้ทรงลายพระหัตถ์ ที่รูปเอาไว้ให้เป็นที่ระลึกด้วย
ต่อมาประมาณ 2 ปี พระองค์ทรงเสด็จครั้งที่ 2 พระองค์ได้พาสุนัขพันธุ์บางแก้วทรงเลี้ยง ตั้งชื่อว่า แก้ว มาด้วย เพื่อที่จะไปเยี่ยมคอกสุนัขเดิม ซึ่งสุนัขพันธุ์บางแก้วตัวนี้แสนรู้มาก ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้พระองค์ได้ นอกเสียจากทรงออกคำสั่งเรียก แก้ว ใครก็ตามที่จะเข้าไปถวายพระกระยาหาร จึงจะสามารถเข้าไปได้ ไม่เช่นนั้นสุนัขตัวนี้ก็จะไม่ยอมให้เข้าใกล้เลย พระองค์ทรงมีเมตตาทั้งคนและสัตว์เลี้ยงทั้งหมด พระองค์ทรงรักสัตว์มาก ในความรู้สึกตอนนั้น
นายสุรศักดิ์ ระบุว่า ไม่คาดคิดว่า ประชาชนธรรมดา พระองค์ท่านจะให้ความเป็นกันเอง พระองค์ท่านทรงตรัสกับพวกเราว่า ทำตามสบาย ตั้งแต่ครั้งที่พระองค์เสด็จ ทางฝ่ายต้อนรับ ข้าราชการ ได้เข้ามาจัดร้านบะหมี่โบราณ โดยการเอาเก้าอี้ทั้งหมดที่มีอยู่ในร้านออกจากร้านไป แล้วนำเอาเก้าอี้ชุดหลุยส์ สวยๆ มาตั้งไว้ เพื่อเป็นการต้อนรับพระองค์ท่าน และเมื่อพระองค์ท่านเสด็จมาถึง มาเห็นบรรยากาศภายในร้าน พระองค์ท่านตรัสกับเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับว่า ถ้าอย่างนี้ เป็นการจัดฉากให้เรา ทีหลังถ้าเราไปไหน อย่าไปทำอย่างนี้ เราอยากจะรู้ว่า ประชาชนของเรา มีความเป็นอยู่อย่างไร มีสภาพเป็นอย่างไร เราอยากเห็นภาพนั้น เป็นภาพที่จริงๆ มากว่าที่จะมาจัดฉากให้กับเราแบบนี้ ทำให้ครั้งที่ 2 ต่อมา ทางฝ่ายต้อนรับ ไม่แตะต้องเก้าอี้ของทางร้านแม้แต่ตัวเดียวเลย จัดอย่างธรรมดาเป็นปกติ ท่านได้ตรัสบอกว่า เราอยากให้เป็นแบบนี้ เวลาเราไปที่ไหน อยากให้มีสภาพแบบนี้ เราอย่าไปรบกวนชาวบ้าน เราไม่อยากทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อน มีความอึดอัดใจ
นายสุรศักดิ์ ระบุว่า สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงว่า พระองค์ท่าน ไม่ถือพระองค์ จริงๆ แล้วในใจของพระองค์ อยากจะรู้ความเป็นไปของชาวบ้านจริงๆ มากกว่า ที่จะไปจัดในรูปแบบการต้อนรับ ซึ่งไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำให้ทางร้านและบุคคลในร้าน แม้กระทั่งในวันนั้น พระองค์ท่านได้อนุญาตให้ ประชาชนจากข้างนอกที่จะมารับประทานก๋วยเตี๋ยว เข้ามาร่วมรับประทานได้ด้วย ท่านตรัสว่าเราอยากให้มีบรรยากาศแบบนี้
นายสุรศักดิ์ นุชโพธิ์ บอกอีกว่า ได้ติดตามอาการพระประชวรของพระองค์ตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าว และรับฟังข่าวมาโดยตลอด แต่ว่าในฐานะประชาชนเราไม่สามารถทำอะไรได้มาก ความรู้ทางการแพทย์เราก็ไม่มี ได้แต่ติดตามพระองค์ท่านด้วยความเป็นห่วง และได้แต่เฝ้าภาวนาให้พระองค์ มีสุขภาพกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว จนกระทั่งถึงวันที่พระองค์จากไป ทางร้านเรามีความรู้สึกเสียใจและเสียดายพระองค์ พระองค์ท่านเป็นพระองค์หญิงที่ มีความเป็นกันเอง มีความเมตตา กรุณาต่อประชานชน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตนเองประสบกับตัวเราเอง
Advertisement