
เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 10 มิ.ย. 69 ที่จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ มีสุนัขเพศผู้ สีน้ำตาลขาว แสดงอาการคลุ้มคลั่ง วิ่งไล่กระโจนเข้ากัดชาวบ้านอย่างไม่เลือกหน้า ที่บ้านหนองปลิงใหม่ หมู่ 9 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวดเดียวถึง 6 ราย มีอายุตั้งแต่ 13 ปี ไปจนถึง 60 ปี เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอย่างเร่งด่วน
นายบรรจง เฉาะกระโทก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 เปิดเผยถึงนาทีแห่งความวุ่นวายว่า สุนัขตัวดังกล่าวมีลักษณะอาการน่ากลัว หางตก กรามค้าง ตาขวาง และจะพุ่งกระโจนใส่ทุกคนที่ขวางหน้า โดยมีผู้บาดเจ็บหลายรายถูกทำร้ายในจุดที่ไม่คาดคิด เช่น หญิงรายหนึ่งถูกบุกกัดถึงในบ้านจนเลือดสาดนองเต็มพื้น เยาวชนอายุ 14 ปี ถูกกัดขณะอยู่ในห้องน้ำ พบมีชายหนุ่มถูกกัดที่หน้าอก และคุณยายวัย 60 ปี ถูกกัดเข้าที่ขาอย่างจัง
ต่อมากลุ่มชาวบ้านได้รวบรวมความกล้าช่วยกันล้อมจับ และมัดสุนัขตัวนี้เอาไว้ได้สำเร็จ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาให้เข้าตัดชิ้นเพื่อนำไปตรวจหาเชื้ออย่างเร่งด่วน เนื่องจากพฤติกรรมของสุนัขเข้าข่ายโรคพิษสุนัขบ้าอย่างชัดเจน สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
ด้านสามีของผู้บาดเจ็บรายหนึ่ง ซึ่งภรรยาถูกกัดจมเขี้ยวในบ้านพักได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขา และข้อมือขวา จนทำให้เอ็นข้อมือขวาขาด เล่าด้วยความตกใจและกังวลใจอย่างที่สุดว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงภรรยาร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวด เมื่อวิ่งเข้ามาดูก็พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวทั่วบ้าน โชคยังดีที่เด็กเล็กในบ้านอีก 4 คนรอดพ้นจากการถูกทำร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้ารอผลตรวจด้วยความเครียด และอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเยียวยาดูแลอย่างใกล้ชิด
รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า หมู่บ้านที่เกิดเหตุตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณบ่อขยะ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือหนาหูว่า พบสุนัขที่มีอาการคล้ายโรคพิษสุนัขบ้าไล่กัดสุนัขตัวอื่นๆ ในรัศมี 1 กิโลเมตร ก่อนที่สุนัขตัวนั้นจะตายลง ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันผลตรวจจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์แล้วว่า สุนัขตัวก่อนหน้านี้ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจริง ชาวบ้านจึงปักใจเชื่อว่าสุนัขตัวที่เพิ่งก่อเหตุคลั่งกัด 6 ศพนี้น่าจะติดเชื้อลามมาจากสุนัขบริเวณบ่อขยะดังกล่าวอย่างแน่นอน ขณะนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านยังคงตกอยู่ในความหวาดผวาและเฝ้ารอผลการตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการเพื่อหาแนวทางป้องกันต่อไป
Advertisement