
(15 พ.ค. 2569) เวลา 14.00 น. ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวพื้นที่วรรณกรรมของหอศิลป์ ภายใต้โครงการ "วรรณกรรมทัพพี" พร้อมกิจกรรมแรก "วรรณกรรมแรงงาน" โดยระบุว่า หอศิลป์ต้องการเปิดพื้นที่ให้วรรณกรรมกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาในสังคม และเชื่อมโยงกับศิลปะแขนงอื่นอย่างภาพยนตร์ ดนตรี ละคร และศิลปะร่วมสมัย
นายฉัตรวิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาวรรณกรรมอาจถูกมองเป็นเพียงเรื่องของการอ่านหรือทัศนคติ แต่แท้จริงแล้วเป็นรากฐานสำคัญของศิลปะหลายแขนง จึงอยากเปิด "เวที" ให้คนในวงการวรรณกรรม ทั้งนักอ่าน นักเขียน และผู้สนใจ ได้เข้ามาร่วมเสนอไอเดีย พูดคุย แลกเปลี่ยน และสร้างกิจกรรมร่วมกัน
"หอศิลป์มีคนเข้ามาปีละกว่า 1.8 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มวัย 15-25 ปี เราคิดว่าวรรณกรรมควรมีพื้นที่ที่ทำให้คนรู้สึกตื่นเต้น สนุก และเข้าถึงได้ คนในวงการเองก็อาจไม่รู้ว่าตอนนี้ใครกำลังเขียนอะไร คิดอะไร หรือมีประเด็นอะไรน่าสนใจ เวทีนี้จึงอยากเป็นพื้นที่ส่องไฟไปยังเรื่องเหล่านั้น" นายฉัตรวิชัย กล่าว
สำหรับชื่อ "วรรณกรรมทัพพี" นายฉัตรวิชัย อธิบายว่า มาจากแนวคิดเรื่องการ "ตัก" เรื่องราว ประเด็น และความเคลื่อนไหวในสังคมขึ้นมานำเสนอ เปรียบเหมือนการใช้ช้อนหรือทัพพีตักสิ่งสำคัญขึ้นมาให้ผู้คนรับรู้ พร้อมเล่นความหมายกับคำว่า "ยกยอ" ที่หมายถึงการฉายแสงหรือยกประเด็นสำคัญขึ้นมาพูดถึง พร้อมย้ำว่า วรรณกรรมไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องเคร่งเครียดหรือไกลตัว แต่ควรเป็นพื้นที่สนุก เปิดวงสนทนา แลกเปลี่ยนความคิด เหมือนการนั่งล้อมวงคุยกัน
"วรรณกรรมไม่ใช่วรรณเกร็ง หรือวรรณกรน มันสนุกได้ คนอ่าน คนเขียน คนดูหนัง ฟังเพลง หรือคนรุ่นใหม่ สามารถเข้ามาแชร์กันได้ เราอยากให้คนรู้ว่าวรรณกรรมคือ 'ต้นน้ำ' ของหลายเรื่อง ทั้งละคร หนัง เพลง หรือบทสนทนาในสังคม" นายฉัตรวิชัย กล่าว
สำหรับกิจกรรมที่จะเปิดตัวครั้งแรกในหัวข้อ "วรรณกรรมแรงงาน" นั้นก็เพื่อต้องการสะท้อนเรื่องราวของแรงงานในมิติสังคมและวัฒนธรรม เพราะแรงงานเป็นพลังสำคัญของสังคม และมีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย ตั้งแต่แรงงานดั้งเดิมไปจนถึงแรงงานยุคใหม่ เช่น ไรเดอร์ แรงงานแพลตฟอร์ม และคนทำงานรูปแบบต่างๆ ที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมปัจจุบัน ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดผ่านงานเขียนและวรรณกรรม เพื่อสะท้อนชีวิต ความคิด และความเปลี่ยนแปลงของผู้คนได้ ศิลปะและวรรณกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อถกเถียงอย่างเดียว แต่มันสะท้อนสังคมได้ สะท้อนชีวิตคนทำงาน และสร้างบทสนทนาที่ทำให้ผู้คนเข้าใจกันมากขึ้น
นายฉัตรวิชัย ยังกล่าวว่า หอศิลป์ต้องการเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายนักอ่าน นักเขียน ศิลปิน และกลุ่มวรรณกรรมจากหลายพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งคนกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายในโครงการจะมีทั้งกิจกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ การพบปะพูดคุย เวิร์กช็อป และเวทีสนทนา เพื่อสร้างชุมชนของคนอ่านและคนเขียนให้แข็งแรงขึ้น มองว่าศิลปะจะเป็นวัฒนธรรมไม่ได้ ถ้าไม่มีคนรับรู้ เราไม่ได้อยากแค่ขุดประเด็นขึ้นมา แต่ต้องฉายแสงให้คนเห็น เวทีนี้จะเป็นพื้นที่โฟกัสเรื่องสำคัญในวงการวรรณกรรม และทำให้มันแพร่หลายออกไป
ทั้งนี้ โครงการ "วรรณกรรมทัพพี" ถูกวางให้เป็นพื้นที่นัดพบของนักอ่าน นักเขียน และคนทำงานสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด "เวทีส้มตำ ยำใหญ่" ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาผสมโรง แลกบท แลกความคิด ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการวรรณกรรม และสร้างบทสนทนาใหม่ๆ ร่วมกันในสังคมไทย โดยหวังให้วรรณกรรมกลับมาเป็น "ต้นน้ำ" ทางความคิดของสังคมอีกครั้ง
Advertisement