Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ใจสลาย! พ่อแม่ลั่นไม่รับกระเช้า หลังลูกเข้าอนุบาล1 ได้ 2 วันตัวช้ำ

ใจสลาย! พ่อแม่ลั่นไม่รับกระเช้า หลังลูกเข้าอนุบาล1 ได้ 2 วันตัวช้ำ

14 พ.ค. 69
19:04 น.
แชร์

ใจสลาย! พ่อแม่ลั่นไม่รับกระเช้า หลังลูกเข้าอนุบาล 1 ได้ 2 วัน ตัวช้ำรอยขีดข่วนยาวอ้างครูทำร้าย ด้านครูโต้กลับวงจรปิดยันไม่มีภาพตี พ่อขอเชื่อคำพูดลูก

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความพร้อมกับภาพลูกชายว่า “งานนี้ไม่รับกระเช้าไม่รับคำขอโทษ เเละไม่รับการให้อภัยใดๆ ทั้งสิ้น ลูกเพิ่งเข้าอนุบาล1 เปิดเทอมได้ 2 วัน วันเเรกใส่กางเกงในให้ลูก ลูกกลับบ้านอ้าวครูใส่เพิสให้ ขี้ติดเพิสจนเเห้ง กลิ่นโชย เเมลงบินตอม บอกเลยรับสภาพลูกวันเเรกไม่ได้ มันมอมเเมมมากถึงบ้านจับอาบน้ำทันที” 

“วันที่ 2 ไปรับลูกปกติ กลับมาบ้านอาบน้ำ มอมเเมมเหลือเกิน ตกใจตอนเช็ดตัวเห็นรอยเเดงข่วนยาว เเม่ตกใจรีบถ่ายรูปให้พ่อดู สอบถามลูกบอก ครูตี โอโหห.ครูตีช้ำ ขนาดนี้เลย เเม่รีบพาลูกไป รร.ทันที ครูปฏิเสธไม่ได้ตี ไม่ได้ทำ เเต่เเม่ถามลูก เด็กชี้ตัวเเจ้งชื่อ ครูได้ชัดเจน เเละมีอาการหวาดกลัวคุณครู เเละตอนนี้ ลูกไม่อยากไป รร.เเล้ว บอกเลยงานนี้ เอาให้ถึงที่สุด!!งานนี้ไม่ยอมม”  โดยแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้วเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ค.  69 ที่ สภ.เมืองอุดรธานี 

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว วันที่ 14 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี พบ น.ส.อรทิพา อายุ 38 ปี กับนายธีระยุทธ อายุ 37 ปี แม่และพ่อน้องเอ (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ โดยมีนางอนงค์ คำแสงทอง รองศึกษาธิการ จ.อุดรธานี น.ส.ณัฐพร ยศสูงเนิน เจ้าหน้าที่ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี ซึ่งได้สอบถามเรื่องราวกับพ่อและแม่เด็ก พร้อมนำเอาภาพ และใบแจ้งความมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ 

จากนั้นวันเดียว พ่อและแม่น้องเอ พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยพบกับผอ.โรงเรียน และคณะผู้บริหารโรงเรียน ได้พาขึ้นไปที่ห้องประชุม เพื่อพูดคุยสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้เรียกคุณครูส้ม (นามสมมติ) และคุณครูส้มโอ (นามสมมติ) ที่ถูกระบุว่าอยู่ในเหตุการณ์มาพูดคุยกับพ่อแม่น้องเอ และหน่วยงานราชการ 

โดยได้เปิดภาพวงจรปิดที่ติดตั้งในห้องเรียน พบว่า ครูส้ม (นามสมมติ) ได้ทำการอุ้มน้องเอแล้วดิ้น เท่านั้นเองเนื่องจากน้องจะพยายามออกจากห้องเรียน ซึ่งไม่มีภาพทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด 

พ่อน้องเอ เล่าว่า ตอนแม่เขาอาบน้ำให้น้องก็เห็นร่องรอย ก็เลยถ่ายรูปและส่งไลน์หาผมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็เลยรีบทักเข้าไปในกลุ่มไลน์ของผู้ปกครองว่าวันนี้ใครดูแลน้องเอ เงียบและไม่ตอบจึงส่งรูปลงเข้าไปในกลุ่ม แล้วก็รีบโทรหาครูที่ชื่อส้มโอ (นามสมมติ) ที่เป็นครูประจำชั้นมี 2 คน และได้ถามว่าลูกผมมีร่องรอยอย่างงี้ ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะลูกของผมบอกแม่เขาว่าโดนตี และไม่อยากไปโรงเรียน เลยให้ภรรยาของผม และลูกกลับมาที่โรงเรียน เจอครูส้มโอ และครูส้ม (นามสมมติ) ซึ่งลูกของผมมีอาการกลัวครูส้ม แม่เลยถามว่าใครตีหนูชี้เลยแม่อยู่ตรงนี้ น้องชี้ไปที่ครูส้ม และชี้รอยที่บริเวณแขน 

เมื่อพากลับมาที่บ้าน แล้วได้โทรหาตน พอตนได้คุยกับลูกบอกว่าไม่อยากไปเรียนแล้ว หลังจากนั้นโรงเรียนไม่ได้มีการชี้แจง จนตนได้ทักเข้าไปในไลน์กลุ่มอีกว่าเกิดอะไรขึ้น คุณครูจึงได้บอกว่า วันนี้แม่มาส่งน้อง หลังจากที่คุณแม่กลับ น้องจะวิ่งออกไปและครูส้มจึงได้อุ้มน้องกลับมา แต่ดูจากร่องรอยถ้าอุ้มช่วงสะโพกขึ้นมาอยู่แล้ว แต่รอยมาอยู่ที่ตรงแขนบริเวณสองข้าง ต้องใช้แรง พอสมควร ผมก็เลยโมโหโพสต์เฟซ จนคนมาคอมเมนต์ว่าเป็นรอยหยิก ตอนแรกผมไม่คิดว่าเป็นรอยหยิก นึกว่าเด็กเค้าเล่นกันรึเปล่า และมาอธิบายรอบหลังว่าน้อง เข็นโต๊ะ เลยโดนตี ผมก็เชื่อในสิ่งที่น้องเค้าพูด ผมก็จึงให้แฟนไปแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ 

“ผมก็ได้ขอลางานและบินกลับมา เพื่อที่จะเคลียร์เรื่องของลูก เพราะแฟนผมเลี้ยงลูกคนเดียว และสิ่งที่ผมเลือกโรงเรียนเอกชน เพราะมันสะดวก ผมไม่ได้โทษโรงเรียน ผมชี้เป้าไปยังตัวบุคคลว่า คุณทำอย่างนี้กับลูกผมทำไม อยากจะมาฟังคำชี้แจงให้มันชัดเจนในวันนี้ แล้วทางโรงเรียนบอกว่ามีกล้องวงจรปิด ผมไม่เชื่อในกล้องวงจรปิด ผมเชื่อในสิ่งที่ลูกผมพูดมากกว่า” 

นายธีระยุทธ เล่าต่อว่า ผู้บริหารเขาก็ชี้แจงชัดเจนดี ครูก็ชัดเจนดีแต่ว่าครูเขาก็พูดไปแนวทางที่ว่าเขาอุ้มเด็ก แต่ส่วนตัวผมก็คิดว่า รอยจากการอุ้มเด็กกับรอยที่เกิดบนตัวลูกผม อาจจะขัดแย้งแต่ท้ายที่สุด เราก็ต้องรอการพิสูจน์จากการวินิจฉัยของแพทย์ เราก็ไม่ได้ว่าเค้าจะผิด แต่ก็ยังยันว่าโรงเรียนไม่ผิด เพราะในมุมมองผมน่าจะเป็นส่วนบุคคล และฝากถึงทุกคนนะครับ ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุอย่างนี้ได้ ด้วยการที่ผมโพสต์ความรู้สึกของพ่อคน หลังจากนี้คงไม่ให้ลูกกลับไปเรียนที่โรงเรียนนี้ 

ส่วนครูส้ม (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ตอนที่น้องมองหาคุณแม่ไม่เจอ น้องได้นอนลงไปกับพื้น แล้วได้ร้องไห้ตรงใกล้ประตู จากนั้นได้ขยับตรงไปที่หน้าประตู น้องได้ดึงขอบประตูที่หน้าประตูไว้ จากนั้นได้มีผู้ปกครองมาส่งเด็กที่หน้าประตู จึงได้ไปช้อนแขนน้องลุกขึ้น แต่น้องก็ดิ้น ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าน้องช้ำหรือไม่ช้ำ เพราะตอนที่ดึงขึ้นมาก็ไม่ได้รุนแรงอะไร เพราะหลังจากนั้นน้องก็ได้คลานมาบริเวณประตูอีก คุณครูกลัวน้องโดนเหยียบ จึงได้อุ้มน้องออกมาบริเวณด้านข้าง น้องก็พยายามดิ้นประกอบกับคุณครูเป็นคนตัวเล็ก จึงอาจจะทำให้น้องมีรอยขีดข่วนซึ่งเราก็ไม่ได้สังเกต 

ด้วยความที่คุณครูถามคุณแม่ว่าน้องเคยไปเรียนที่ไหนหรือเปล่า ปรากฏว่าน้องก็ไม่เคยไปเรียนที่ไหน อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัว แล้วที่บอกว่าครูส้มหยิกไม่เป็นความจริง 

ด้าน ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า กระบวนการในการคัดสรรคุณครู มีการสัมภาษณ์กันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง มีการกำหนดมาตรการ กฎมากมาย ทั้งกฎของโรงเรียนและกฎของสังคม เพื่อความสบายใจ เราจะเน้นมากในการดูลูกหลานของเรา 40 กว่าปี ที่ผ่านมาเราไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะเราได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากสังคม เพราะฉะนั้นผมเองที่เพิ่งทราบเรื่องเมื่อวาน 

ตอนเช้าผมจึงได้เรียกคุณครูทั้งสองท่านมาสอบถาม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นจากการดูข้อมูล เราก็เสียใจทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามเราก็กำลังหาข้อเท็จจริง และทางเราได้มีกล้องวงจรปิดที่อยู่ในชั้นอนุบาลหรือเด็กเล็ก มีการดูตลอดเวลา ทั้งเรื่องการเรียนการสอนการจัดกิจกรรม การควบคุมดูแลเด็กในห้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ผอ.กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้ในทางสื่อโซเชียล ได้กระทบกระเทือนมาก ทางชื่อเสียงของโรงเรียน 

ส่วนทางด้านกฎหมาย ก็ให้ดำเนิน ไปตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าอยากได้ภาพพยานหลักฐานหรืออะไรที่เราจะช่วยได้เราพร้อมที่จะมอบให้ แต่ตอนนี้สิ่งที่ออกไปแล้วก็เสมือนว่าต่างคนต่างรับกรรม แต่ตอนนี้ทางโรงเรียนก็ได้เริ่มรับผลกระทบ อย่างมาก ในส่วนของโรงเรียนนั้นเรามีความพร้อมและความรับผิดอย่างชอบธรรม หลังจากที่ได้ดูกล้องวงจรปิด สิ่งที่คุณครูหรือครูส้มทำ ไม่ได้มีภัยร้ายต่อเด็ก ทั้งที่จริงครูส้มปกติไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้ จะดูแลเด็กที่ห้องภาษาอังกฤษ ส่วนผู้ปกครองจะไม่ให้ลูกเรียนที่นี่แล้ว ก็จะคืนเงินให้ผู้ปกครองทั้งหมด

Advertisement

แชร์
ใจสลาย! พ่อแม่ลั่นไม่รับกระเช้า หลังลูกเข้าอนุบาล1 ได้ 2 วันตัวช้ำ