Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"DSI" แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง

"DSI" แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง

18 เม.ย. 69
15:38 น.
แชร์

"DSI - พลังงานจังหวัดอ่างทอง" แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเรียก 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ มาสอบปากคำ

ความคืบหน้าคดีกักตุนน้ำมันล่าสุดวันนี้ (18 เม.ย. 2569) มีรายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และศูนย์ปฏิบัติการภาค 1 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน พลังงานจังหวัดอ่างทอง พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เป็นต้น ร่วมกันเข้าตรวจสอบ บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง เนื่องด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ จึงต้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน โดยเฉพาะกรณีปรากฏข้อมูลว่าภายในพื้นที่บริษัทแห่งนี้ซึ่งถูกตำรวจ ปคบ. ดำเนินคดี ปรากฏมีที่อยู่ของคลังน้ำมันไปซ้ำกันกับของ บริษัทอีกแห่ง ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทที่ย่านพระราม 2 แห่งนี้ก็เป็นที่อยู่ของบริษัทของ นายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) หรือที่รู้จักกันในวงการว่า "เสี่ย ต."

โดยวานนี้ (17 เม.ย. 2569) เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบถังน้ำมันภายในบริษัท จ.อ่างทอง พบว่ามีถังน้ำมันทั้งสิ้น 5 ถัง แบ่งเป็น ถังน้ำมัน 2 ถังที่ตำรวจ ปคบ. ได้อายัดไปตรวจสอบ เนื่องจากพบการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง, ถังน้ำมัน 2 ถังใหม่ที่เจอเพิ่มเติม และอีก 1 ถังน้ำมันเป็นถัง Dead Stock ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปจากถังน้ำมัน 2 ถังใหม่ที่เจอเพิ่มเติม เพื่อนำตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติของน้ำมันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือมีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่

รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังของบริษัท จ.อ่างทอง พบว่ามีน้ำมันดีเซล B7 จำนวน 190,000 ลิตร และแก๊สโซฮอลล์ 91 จำนวน 64,000 ลิตร อย่างไรก็ดี หากผลการตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำมันโดยพลังงานจังหวัดอ่างทองมีผลยืนยันเป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ก็จะได้มีการพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

"บริษัท จ.อ่างทอง ถือว่ามีถังเก็บน้ำมันจริง จึงต้องไปขยายผลดูด้วยว่าบริษัทฯ มีการรับหรือส่งน้ำมันระหว่างกันกับบริษัท ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำฯ หรือไม่ เพื่อจะได้พิจารณาบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากการกระทำความผิดเรื่องการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากทั้งสองแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง แม้กรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นจะเป็นคนละกลุ่มกันก็ตาม โดยบริษัท จ.อ่างทอง ถือเป็นบริษัทสาขา ขณะที่บริษัท ย่านพระราม 2 แขวงแสมดำฯ เป็นสำนักงานใหญ่ และหลังจากนี้จะได้พิจารณาเนื้อหาข้อมูลและพฤติการณ์ทางคดี เพื่อรับโอนสำนวนการสอบสวนจากตำรวจ ปคบ. สำหรับนำเสนอเป็นคดีพิเศษอีกหนึ่งคดี" รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ

รายงานภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ส่วนกรณีที่ รศ.พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ไปตรวจพบคลังน้ำมัน จำนวน 5 คลัง ที่มีพฤติการณ์ผิดปกติ แบ่งเป็น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 3 แห่ง และบริษัทคลังน้ำมัน ตามมาตรา 10 จำนวน 2 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่มีการจ่ายน้ำมันออกไปนั้น ยังคงอยู่ในการดำเนินการของตำรวจ

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จากกรณีคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ได้มีมติรับคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 โดยเฉพาะกรณีคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากพบความผิดปกติของการจำหน่ายน้ำมันออกจากคลัง โดยในเดือน ก.พ. 2569 คลังมีการจำหน่ายน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร แต่ในเดือน มี.ค. 2569 คลังกลับจ่ายน้ำมันเพียง 400,000 ลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าพบกับผู้บริหารกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอข้อมูล

จากนั้นในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย. 2569 ตนจะเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าพบและหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเคยร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัทคลังน้ำมันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมรับโอนสำนวนจากตำรวจสุราษฎร์ธานีมายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

พ.ต.ต.วรณัน เผยต่อว่า ส่วนเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 ซึ่งดีเอสไอได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมธุรกิจพลังงาน และหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหนังสือเรียกเชิญกรรมการบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน จำนวน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ มาสอบปากคำในฐานะพยาน พร้อมให้เวลารวบรวมเอกสารหลักฐาน คาดเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 เม.ย. 2569 ณ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม อาทิ การประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร มีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไรบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร เป็นต้น

พ.ต.ต.วรณัน เผยด้วยว่า ปัจจุบันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการจัดทำหนังสือแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเสนอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้มีหน่วยงานภาคีเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า ศรชล. ฯลฯ มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน และใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อปฏิบัติงานสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวอยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรีลงนามตามขั้นตอนต่อไป

Advertisement

แชร์
"DSI" แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง