
วันที่ 17 เม.ย. 2569 จากกรณีดรามา น้องเบญ หรือ น.ส.เบญญาภา อายุ 15 ปี ที่เก็บขยะหาเงินช่วยครอบครัว และเป็นข่าวจนมีคนไทยใจบุญร่วมกันบริจาคเงิน ช่วยเหลือ และมีดรามาเกิด น้องจึงตัดสินใจเก็บเงินไว้เป็นทุนเรียนหนังสือส่วนหนึ่ง และขอมอบเงินอีกส่วนจำนวน 1 ล้านบาท ให้มูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อจะได้ให้เงินที่ทุกคนได้ร่วมบริจาค ให้เกิดประโยชน์
ล่าสุด พี่ไทด์ หรือนายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ ตัวแทนมูลนิธิเดินทางไปที่ห้องเช่าที่น้องเบญอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยในวันนี้น้องเบญได้อยู่กับพ่อ แม่ และมีผู้ใจบุญที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวน้องเบญมาเป็นกำลังใจให้ด้วย
ทั้งนี้ พี่ไทด์ เปิดเผยว่า วันนี้ไม่สามารถรับเงินบริจาคที่น้องเบญตั้งใจมอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูจำนวน 1 ล้านบาทได้ เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาด้านข้อกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ซึ่งตั้งใจบริจาคให้กับน้องเบญเพื่อช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา จึงขอเวลาอีก 1 เดือน เพื่อประกาศและให้เวลาผู้ใจบุญที่เคยบริจาคเงินให้กับน้องเบญได้พิจารณาว่าหลังจากเกิดประเด็นดรามา รวมถึงหากจะนำเงินบริจาคไปส่งต่อให้กับมูลนิธิอื่นๆจะขอเงินคืนหรือไม่ หากต้องการขอเงินคืนก็สามารถแนบสลิปมาเป็นหลักฐาน เพื่อโดนคืนกลับไป เพื่อป้องกันประเด็นปัญหาทางด้านกฎหมาย
ด้านพ่อของน้องเบญ ระบุว่า ต้นก็รู้สึกกังวลในประเด็นนี้เช่นกันเพราะเกรงว่าจะซ้ำรอยในประเด็นวัดพระบาทน้ำพุ แต่ขณะเดียวกันตนและครอบครัวก็ตั้งใจ มอบเงินบริจาคที่ได้รับมาจำนวน 1.8 ล้านบาทให้กับมูลนิธิต่างๆ และเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้กับน้องเบญจำนวน 1.3 ล้านบาท
ทั้งนี้ยอมรับว่าตั้งแต่เกิดเรื่องดรามาตนและครอบครัวรู้สึกเครียดมาก น้องเบญมีอาการเครียดลงกระเพาะและร้องไห้เกือบทั้งคืน พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาต่างๆไม่เป็นความจริง ทั้งเรื่องที่ตนมีชู้ หรือนำสิ่งของที่ได้จากรายการไปขาย เพราะสิ่งของที่ได้มายังอยู่ครบทั้งหมด
ขณะผู้ใจบุญที่ชาวเหลือครอบครัวน้องเบญ ระบุว่า ยืนยันว่าน้องเบญได้เก็บขยะ เก็บขวดช่วยครอบครัวจริง และตนช่วยเหลือครอบครัวนี้มาตลอด แท็บเล็ตที่เห็นก็เป็นแท็บเล็ตของตนที่เอามาให้น้องเบญ มองว่าข่าวที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินไป
Advertisement