
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.25 น. วันที่ 13 เม.ย. 69 ศูนย์กู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ เนื่องจากคนขับหลับใน บริเวณถนนบายพาสหมายเลข 37 ฝั่งขาล่องใต้ กม.36+700 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เป็นรถบรรทุกน้ำมันขนาด 16,000 ลิตร ออกเดินทางมาจากคลังน้ำมันสมุทรสาคร กำลังเดินทางไป จ.ประจวบคีรีขันธ์ กีดขวางการจราจรช่องทางซ้าย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่มีของหลวงเสีย
ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถบรรทุกน้ำมันคันดังกล่าวมีนายประพันธ์ อายุ 57 ปี เป็นคนขับรถ ไม่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไม่พบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งคนขับแจ้งว่า มีอาการหลับใน โดยออกเดินทางจากคลังน้ำมันที่ จ.สมุทรสาคร นำส่งปั๊มน้ำมันอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยบรรทุกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 จำนวน 8,000 ลิตร E20 จำนวน 4,000 ลิตร และน้ำมันดีเซลจำนวน 4,000 ลิตร รวม 16,000 ลิตร
นายสุวิวัฒน์ พรหมมา หัวหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่ารถบรรทุกน้ำมันคันดังกล่าว ประสบอุบัติเหตุและพลิกคว่ำลงข้างทาง ในสภาพล้อชี้ฟ้า เบื้องต้นมีน้ำมันเบนซินรั่วไหลเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถน้ำ จากหลายแห่ง อาทิ อบต.ทับใต้ , กรมทางหลวง 2 อบต.หินเหล็กไฟ, กู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลปราณบุรี เข้าฉีดน้ำเลี้ยง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเพลิงไหม้ พร้อมปิดการจราจรบางส่วน และเบี่ยงเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ระหว่างเคลื่อนย้ายรถบรรทุกน้ำมันดังกล่าว
ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมทั้งพลังงานจังหวัด สรรพสามิต และขนส่งจังหวัด เพื่อร่วมกันคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว
ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอหัวหิน (ศปภ.อ.หัวหิน) รายงานแนวทางการคลี่คลายสถานการณ์อย่างเป็นระบบ โดยเจ้าหน้าที่เตรียมใช้รถเครนเข้ายกรถบรรทุกน้ำมันที่พลิกคว่ำ ให้กลับมาตั้งบนไหล่ทางถนนก่อนเป็นลำดับแรกหลังจากยกรถขึ้นแล้ว จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าถังบรรทุกน้ำมันมีรอยรั่วหรือการซึมหรือไม่ ทั้งนี้หากไม่พบการรั่วซึม จะดำเนินการเคลื่อนย้ายรถไปยังปลายทาง คือสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ แต่หากพบการรั่วซึม จะงดการเคลื่อนย้ายทันที และประสานทีม OR ของบริษัท ปตท. เข้าดำเนินการถ่ายน้ำมันออกจากถัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงอันตรายระหว่างรอดำเนินการ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะฉีดพ่นละอองน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการระเหยของไอเชื้อเพลิงและควบคุมความเสี่ยงการเกิดเพลิงไหม้
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมขั้นสูง โดยประสานรถดับเพลิงชนิดโฟมจากกองกำกับการ 5 ค่ายนเรศวร และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 4 เข้าสนับสนุน เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการยกรถให้กลับมาตั้งบนถนน
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : กู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์
Advertisement