
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่อง จากการจับกุมแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 ซึ่งครั้งนั้นเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเคตามีน 750 กิโลกรัม ยาไอซ์ 665 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 1 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย จากนั้นชุดจับกุมได้แกะรอยเครือข่ายดังกล่าวจนทราบว่า มีการรับยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนเพื่อเตรียมนำมากระจายในพื้นที่ชั้นใน
กระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 4 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของรถยนต์เป้าหมาย เป็นรถกระบะคอก ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ ติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดพิษณุโลก บรรทุกผักสดมาเต็มคันรถ ขับออกมาจากบริเวณแนวชายแดน ชุดสืบสวนจึงได้ขับรถสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด จนถึงเวลาประมาณ 18.20 น. รถคันดังกล่าวได้แวะจอดพักบริเวณปั๊มน้ำมัน LPG ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที
เมื่อผู้ต้องหาทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและจวนตัวไม่สามารถหลบหนีได้ จึงยอมจำนนและรับสารภาพว่าได้รับจ้างขนยาเสพติดมาจริง จากการตรวจค้นท้ายรถกระบะพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ใต้กองผักสดที่นำมาวางปกปิดอำพรางไว้ด้านนอก ประกอบด้วย คีตามีน น้ำหนัก 900 กิโลกรัม และ ยาไอซ์ น้ำหนัก 700 กิโลกรัม รวมน้ำหนักยาเสพติดทั้งหมดสูงถึง 1,600 กิโลกรัม หรือ 1.6 ตัน เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว นายตะวันฉาย อายุ 39 ปี ชาว อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นคนขับรถไว้เป็นผู้ต้องหา
จากการสอบสวน นายตะวันฉายให้การรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างในการขับรถขนยาเสพติดครั้งละ 100,000 บาท โดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปเป็นค่ารักษาลูกที่กำลังป่วย และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ไม่พบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลยึดทรัพย์นายทุนผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
Advertisement