
(26 มี.ค. 2569) ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีชุมนุมของกลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" หมายเลขดำ อ.1308/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสิรวิชญ์ หรือ "จ่านิว" เสรีธิวัฒน์ พร้อมพวกรวม 18 คน เป็นจำเลย
จำเลยประกอบด้วยบุคคลทางการเมืองและนักกิจกรรมหลายราย อาทิ นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา หรือ โบว์ มหัทธนา, นายปิยรัฐ หรือ โตโต้ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ น.ส.ชลธิชา หรือ ลูกเกด แจ้งเร็ว อดีต สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย
ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558
คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค. 2561 ที่กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปีการรัฐประหาร
ในชั้นพิจารณา จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว ยกเว้น นายอานนท์ นำภา และ นายเอกชัย หงส์กังวาน
ด้าน นายสิรวิชญ์ หรือ จ่านิว ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังคำพิพากษาว่า การชุมนุมในวันเกิดเหตุเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่มีความรุนแรงหรือการทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีเพียงการผลักดันกันบริเวณแนวกั้นเท่านั้น และไม่มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ
จ่านิว ยังระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนั้นเป็นไปตามข้อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งตามโรดแมปในปี 2561 ที่ประกาศไว้ แต่ไม่เกิดขึ้น จึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ พร้อมย้ำว่าคดีนี้ถือเป็นคดีสุดท้ายของตนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วงต่อต้านการรัฐประหาร
เมื่อถามต่อว่าได้เตรียมหลักทรัพย์มาด้วยหรือไม่ จ่านิว บอกว่า ก็มีการเตรียมตัวไว้อยู่ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดหมายก็ได้เตรียมไว้อยู่ ยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ
Advertisement