
วันที่ 24 มี.ค. 69 สถานการณ์ไฟป่าของ จ.เชียงใหม่ ส่อเค้าว่าจะวิกฤตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสภาพอากาศที่ร้อนแล้งขึ้น ฝนเริ่มทิ้งช่วง อีกทั้งความพยายามลักลอบเผาป่า ทำให้ตอนนี้ไฟป่าลุกลามขึ้นพร้อมกันไปทั่วทั้งจังหวัดแล้ว
จากข้อมูลล่าสุดของศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควัน และไฟป่าเชียงใหม่เช้านี้ พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นมากถึง 158 จุดด้วยกัน กระจายไปในหลายพื้นที่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ที่พบ 33 จุด ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัว
โดยที่ อ.แม่แตง และ อ.เชียงดาว พบไฟป่าหนักที่สุดคือ 29 และ 28 จุด รองลงมาเป็นดอยสะเก็ด 14 จุด แม่วาง 11 จุด สะเมิง 11 จุด หางดง 10 จุด และกระจายตัวไปอีก 9 อำเภอ รวมแล้ว 15 อำเภอด้วยกัน ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1ม.ค. – 23 มี.ค. 69 ทั้งหมดจำนวน 967 จุด
ทางศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าเชียงใหม่ เร่งประสานไปยังแต่ละพื้นที่ให้เร่งเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้งทางภาคพื้นดิน และประสานกับทางอากาศ ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าช่วยตักน้ำดับไฟในจุดเสี่ยงที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าถึงได้
โดยในวันนี้ เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าดับไฟป่าในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติศรีล้านนา ซึ่งจุดที่เกิดไฟป่าเป็นป่าลึก และมีความลาดชันสูงทางภาคพื้นดินเข้าไปถึงด้วยความยากลำบาก และมีความเสี่ยงสูงจึงต้องร้องขอให้เฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยสกัดไฟ
ส่วนไฟป่าในพื้นที่ ต.หนองหาร อ.สันทราย ไฟป่าโหมไหม้อย่างรวดเร็ว และเป็นจุดที่มีความลาดชันสูงได้ประสานเฮลิคอปเตอร์ปักเป้าของ ปภ. เข้าช่วยดับไฟร่วมกับทางภาคพื้นดิน 2 จุดด้วยกัน ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้แล้วเร่งทำแนวกันไฟและจัดชุดลาดตระเวน
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ไฟป่าที่ขยายวงกว้างโดยเฉพาะไฟป่าในพื้นที่รอบเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ควันไฟสีขาวลอยเข้ามาปกคลุมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ควันไฟสะสมตัวในอากาศ และทำให้คุณภาพอากาศของเชียงใหม่มีค่ามลพิษพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแ ละส่อเค้าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้น
โดยเมื่อเวลา 13.00 น. ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษจาก สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานมาอยู่ที่104 AQI ค่าฝุ่นPM2.5 วัดได้ 38.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ ต.หางดง อ.ฮอด วัดได้157AQI ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 58.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
สภาพตัวเมืองเชียงใหม่วันนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟสีขาว และมีกลิ่นไหม้รุนแรง รวมทั้งส่งผลกระทบกับผู้ที่อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน ทั้งอาการแสบตา แสบคอ และจมูก บางคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศก็จะเริ่มมีอาการผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง และใบหน้า
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรดูแลสุขภาพของตนเอง หาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ เพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคาร หรืออยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน
Advertisement