
วันที่ 21 ม.ค.2569 จากกรณีก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีผู้เสียหาย 2ราย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกหญิงสาวซึ่งอ้างเป็นทีมงานของมูลนิธิชื่อดัง หลอกให้โอนเงินทำบุญและมีพฤติกรรมเผยแพรคลิปลับช่วยตัวเองในชุดข้าราช โจมตีทหารจนถูกลงโทษทางวินัย โดยกรณีแรก น.ส.เอ ผู้เสียหายระบุว่า ถูกชักชวนให้ทำบุญศพไร้ญาติ โอนเงิน 10,000 บาท แต่ไม่ได้รับหลักฐานใด ๆ ตรวจสอบพบใช้ภาพทำบุญเก่า เมื่ทวงถามกลับถูกไลฟ์สดด่าทอ ทำให้เสียชื่อเสียง จึงแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงและหมิ่นประมาท
ส่วนกรณีที่สองนายอาร์ม ทหารยศนายสิบ เปิดเผยว่า เคยมีความสัมพันธ์กับคู่กรณี ก่อนถูกนำคลิปส่วนตัวไปเผยแพร่พร้อมข้อมูลเท็จจนถูกลงโทษทางวินัยและกักขัง 1 เดือน จึงแจ้งความตาพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยระบุว่าคู่กรณีทำงานเบื้องหลังให้มูลนิธิรับร้องทุกข์ชื่อดัง และมีพฤติกรรมข่มขู่พยาน อ้างชื่อ "นายแม่" และ "สามี" เพื่อสร้างความหวาดกลั ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย
เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มกราคม 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง หรือ "นายแม่ปุ๊กกี้" ที่ปรึกษามูลนิธิ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ ร่วมกันเปิดเผย กับสื่อมวลชน โดยนายแม่ปุ๊กกี้ เปิดใจชี้แจงว่า เรื่องที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ประเด็นแรกเรื่องการบริจาคเงินที่ทางฝ่ายคู่กรณีเคยเห็นตนทำบุญประจำเลยแจ้งความประสงค์ตั้งใจจะร่วมทำบุญกับตนเองด้วย หลังจากโอนเงินมาให้แล้วก็พบว่า ไปตั้งกลุ่มใส่ร้าย โดยไม่มีมูลความจริง ไปพูดในกลุ่มทำให้ตนเสียหาย ตนจึงตัดสินใจโอนเงินคืนให้เพื่อตัดปัญหา เมื่อปลายปีที่แล้ว
ส่วนกรณีที่สองเรื่องของทหารยศสิบตรี ที่ไปให้ข่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนนั้น ตนรู้จักกับเขาจริงเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่เคยสนิท ทุกครั้งที่เจอกันก็จะมีคนอยู่ด้วยหลายคนเพราะไปกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเรื่องที่เขาไปให้ใส่ร้ายสร้างความเสียหายหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิงสาเหตุมาจากก่อนหน้านี้ ได้มีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาของทหารยศสิบตรี รายนี้มาร้องเรียน ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ในคดีฉ้อโกง ปลอมเอกสาร บัญชีม้า และต่อมา พบว่ามีคลิปลับอนาจารขณะเขากำลังช่วยตัวเอง ในชุดข้าราชเต็มยศ ทำให้เขาคิดว่า ตนเองเป็นคนปล่อยคลิปดังกล่าวเลยโกรธแค้น และออกมาให้ข่าวใส่ร้ายตน อดีตภรรยาแจ้งว่าทุกคนที่เคยเลิกกันไปหลายๆคนก็โดนบิดเบือนใส่ร้ายแบบนี้เช่นกัน หรือใครที่ขัดผลประโยชน์ก็จะใส่ร้ายแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าจะมากระทำกับนายแม่ อดีตภรรยาจึงขอโทษที่ตนนำเรื่องราวมาจนทำให้เดือดร้อน เพียงเพราะต้องการความยุติธรรมเท่านั้น เพราะมีแค่ฝ่ายเขาที่ใส่ร้ายอยู่ฝ่ายเดียว เรื่องนี้ทางครอบครัวก็เข้าใจทุกอย่าง แต่ทำให้ตนเสียหาย ตนจึงได้ ให้ทนายความทำเรื่องฟ้องศาลโดยตรงที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในหาหมิ่นประมาททำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง และ พรบ คอม นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ออกสู่สาธารณะยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เขาทำให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียง และทวงถามไปยังต้นสังกัดด้วยว่า ทหารยศนายสิบอ้างว่าต้นสังกัดอนุญาตให้กระทำการทุกอย่างได้เต็มที่โดยมีต้นสังกัดรับรู้
เรื่องนี้น่าตกใจถ้าการกล่าวหา บุคคลอื่นให้เสียหายโดยไม่มีหลักฐานใดๆแม้แต่นิดเดียว แล้วมีการพาแจ้งความเท็จในทุกๆเรื่อง สังคมต้องมองแยกแยะว่า การออกสื่อบางครั้งเพียงแค่ความสะใจ ความมัน แต่ผลลัพธ์คือ คดีอาญาที่มีโทษสูง ทางนายแม่ปุ๊กกี้ ยืนยันว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคมให้กับมูลนิธิต่อไป
ขณะที่นายรณณรงค์ กล่าวว่า แนวการทำงานของมูลนิธิทวงคืนความยุติธรรมในสังคมเราจะทำงานอย่างโปร่งใสไม่เล่นใต้ดินโจมตีใคร เราไม่มีความจำเป็นต้องไปใช้เพจที่ไม่มีตัวตนหรืออวตารโจมตีใครทั้งสิ้น เราทำทุกครั้งเราตั้งโต๊ะแถลงไม่ใช่อีแอบ ตนถามนายแม่ปุ๊กกี้แล้ว เขาก็บอกว่าเขาไม่รู้เรื่องและเป็นการใส่ร้ายเขา ถ้าใครมีคลิปหรือมีหลักฐานอะไรก็แสดงออกมาอย่ามาพาดพิงกล่าวหากันแบบนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีครอบครัว อยากให้ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงจะดีกว่า
Advertisement