
วันที่ 20 ม.ค.2569 เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สภ.เมืองอ่างทอง ร.ต.อ.มานิตย์ นาคไพบูลย์ รองสารวัตรสอบสวนสภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุจากเด็กหญิงเอ นามสมมติ วัย 14 ปี ว่า ถูกพ่อแท้ๆข่มขืน เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.ของวันที่ 20ม.ค.ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งไม่ทราบหมายเลขที่ ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง
หลังจากโดนกระทำเชารำ จึงได้หนีออกจากบ้าน และโทรขอความช่วยเหลือ 1300 จาก(ศรส)ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชนเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กอ่างทองได้พา ด.ญ. เอ วัย 14 ปี เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองอ่างทอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอ่างทองไว้เป็นหลักฐาน และนัดทีมสหวิชาชีพร่วมทำการสอบสวนปากคำสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดี
ซึ่งหลังจากด.ญ.เอ ถูกพ่อแท้ๆข่มขืนได้หนีออกจากบ้านเช่าไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน ทางพ่อ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุได้เข้ามาที่สภ.เมืองอ่างทอง เมื่อช่วงเวลา 05.00 น.วันที่ 20 ม.ค.69 เพื่อลงบันทึกประจำวันว่าลูกสาววัย 15 ปี หายตัวไป
และต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกันทางพ.ต.อ.ทศพล ทองใบผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองอ่างทอง ได้ไปบ้านเช่าหลังที่เกิดเหตุพบนายเก้า อายุ 41 ปี ผู้เป็นพ่อที่เข้าไปแจ้งความว่าเด็กหญิงเอ ลูกสาวหาย จึงเชิญตัวมาสอบสวนขยายผลที่สภ.เมืองอ่างทอง
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนอยู่สักครู่นายเก้า ก็ให้การรับสารภาพว่า ลงมือข่มขืนลูกสาววัย 14 ปีจริง โดยอ้างว่าเมื่อช่วงเวลา 04.00 น.วันที่ 20 ม.ค.เข้าไปพบว่าลูกสาวแก้ผ้าคุยวิดีโอคอลกับแฟนหนุ่ม จึงต่อว่าและทะเลาะกัน แล้วลงมือข่มขืนลูกสาว ก่อนที่ลูกสาวจะหนีออกจากบ้านไป
ซึ่งตนเองเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเมียตายไปแล้วมีลูก 3 คน ผู้หญิงวัย 14 ปี และ 7 ปี ลูกชายวัย 5 ขวบ โดยเช่าบ้านทำกรงนกขาย
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายเก้า อายุ 41 ปี ตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
Advertisement