
วันที่ 16 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเพจเฟซบุ๊กต่างๆได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า มีชาวกัมพูชาโผล่ที่ตลาดชายแดนช่องจอม และมีบุคคลแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีชาวกัมพูชามาขายสินค้าที่บริเวณตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
จากนั้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ตม.สุรินทร์,สำนักงานจัดหารงานจ.สุรินทร์,จนท.กองอำนวยการรักษาความมั่นงคงภายในจ.สุรินทร์,จนท.ตำรวจสันติบาลและจนท.ชุดการข่าว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายร้านค้าในพื้นที่ แต่ยังไม่พบตามที่แจ้งแต่อย่างใด โดยร้านค้าที่เปิดค้าขายบริเวณริมถนนตรงข้ามตลาดชายแดนช่องจอมทั้งหมดเป็นคนไทย และส่วนใหญ่จะเป็นคนในหมู่บ้านด่านฯที่ค้าขาย
นอกจากนี้ยังมีบุคคลแจ้งพิกัดร้านค้าแห่งหนึ่ง และสงสัยว่าอาจจะมีชาวกัมพูชามาเปิดร้านขายสินค้าที่ร้านดังกล่าว จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไม่พบว่ามีชาวกัมพูชามาเปิดร้านค้าขายตามที่มีบุคคลแจ้งมาแต่อย่างใด
โดยร้านดังกล่าวเป็นร้านค้าของคนไทย ซึ่งเจ้าของร้านยืนยันว่าไม่มีชาวกัมพูชามาขายในร้านและไม่เคยจ้างชาวกัมพูชามาขายของแต่อย่างใด อีกทั้งสถานการณ์ชายแดนที่เป็นแบบนี้คนไทยในพื้นที่ชายแดนก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ที่จะให้ชาวกัมพูชามาขายหรืออยู่ในประเทศไทยเพื่อกดดันกัมพูชาที่ทำกับประเทศไทย
กรณีดังกล่าวทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่รู้สึกไม่พอใจบุคคลที่แจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ไม่ถูกต้องและไม่ตรงจุด จึงต่างต้องการให้บุคคลที่แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบข้อมูลให้ดีและชัดเจนก่อนชี้จุดให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบหรือช่วยแจ้งพิกัดให้ตรงจุดด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาลงพื้นที่มาตรวจสอบกับคนไทยที่ค้าขายในพื้นที่ อีกทั้งร้านที่ถูกกล่าวหาว่ามีคนกัมพูชามาขายของจะเกิดความเสียหายได้
นางดวงรัตน์ สุปูนทน แม่ค้าย่านตลาดชายแดนช่องจอม กล่าวว่าบริเวณตลาดช่องจอมที่มีชาวบ้านเปิดร้านขายตามข้างทางอยู่ตอนนี้ยังไม่พบว่ามีชาวกัมพูชามาขายของ แม่ค้าที่ค้าขายก็เป็นคนไทยคนที่แจ้งเบาะแสว่ามีมีชาวกัมพูชาอยู่ให้แจ้งระบุห้องจุดตำแหน่งให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่จะได้มาตรวจสอบให้แน่ชัดจะได้ไม่เสียเวลาในการเดินทาง อย่าเอาข้อมูลเท็จไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพราตรงนี้มีแต่คนไทย ส่วนใหญ่จะเป็นคนบ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิงฯที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่นี่
พร้อมขอเชิญชวนคนไทยมาช่วยซื้อสินค้าไทยด้วยเราคนชายแดนบางทีภาษาอาจใช้ภาษาเขมรท้องถิ่นเราใช้ภาษานี้ไม่ใช่คนกัมพูชาเราพูดภาษาเขมรได้ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบต้องอพยพขาดรายได้แต่เราอยู่ค้าขายกันได้ขอให้คนไทยช่วยแวะมาอุดหนุนหมุนเวียนช่วยแม่ค้าที่ช่องจอมด้วย
ด้านนางรัตนา ชูกล้า แม่ค้าอีกรายที่มีบุคคลแจ้งว่าร้านของตนเองมีชาวกัมพูชามาค้าขาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.เวลาประมาณบ่ายโมงมี เจ้าหน้าที่ตม.และอีกหลายส่วนมาตรวจสอบที่ร้านบอกว่าที่ร้านเป็นชาวกัมพูชาขายของตนจึงตอบไปว่า เราเป็นเจ้าของที่ขายเองไม่ใช่คนกัมพูชา ไม่เคยจ้างเขมรมาขาย เจ้าหน้าที่อีกคนบอกว่าไม่เห็นเรานั่งอยู่ตรงนี้ทั้งๆที่เราก็นั่งอยู่ตรงนี้เขาจึงขอดูบัตรประชาชน จึงแสดงบัตรให้ดู เขาบอกว่ามีคนแจ้งมาเราไม่ทราบว่าใครแจ้ง เรายืนยันว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวเขมร สถานการณ์แบบนี้ใครจะให้เขมรมาขาย เกิดความเสียหายกับเรา ฝากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับบุคคลที่แจ้งข้อมูลเท็จมาด้วยทำให้เราเสียหายตลาดเราก็ยิ่งซบเซาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาและค่าน้ำมันมาตรวจสอบเราเข้าใจเจ้าหน้าที่ว่าต้องมาตรวจสอบตามที่แจ้งเพราะเป็นหน้าที่แต่คนที่แจ้งควรจะแจ้งให้ถูกระบุร้านหรือตรงจุดให้ชัดเจนด้วยเพราะระบุว่าร้านเรามีคนเขมรมาขายก็เสียหายเรา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับสถานการณ์ชายแดนในระยะนี้หลังจากหยุดยิงประชาชนต่างออกมาทำมาหากินตามปกติแม้จะต้องคอยระแวง และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและต่างยังไม่เชื่อใจกัมพูชาที่มีโอกาสจะก่อสงครามขึ้นมาอีกเป็นรอบที่ 3 ก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะที่บริเวณย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม แม้ร้านค้าของคนไทยจะเปิดค้าขายกันปกติ แต่ก็เงียบเหงาจากสถานการณ์ที่คลุมเครือดังกล่าว
Advertisement