
เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เริ่มปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิต จากบริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม2 ขาออก ถล่มลงมาส่งผลให้อุปกรณ์เครนและแผ่นปูนขนาดใหญ่หล่นทับรถยนต์ตู้ทึบ 2 คัน มีผู้เสียชีวิตติดค้างอยู่
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเครนขนาด 550 ตันจำนวน 2 ตัว เข้ามาในพื้นที่จุดเกิดเหตุ และได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างมาเตรียมความพร้อม โดยได้ประชุมวางแผนขึ้นตอนการเคลื่อนย้ายเศษซากเครนและปูนก่อน รวมถึงโดยรอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้ผ้าสีขาวขนาดใหญ่ มาปิดล้อมพื้นที่ ขณะปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตด้วย
ก่อนหน้าที่จะมีการเริ่มปฏิบัติการ นายอนุสรณ์ พงศ์เกศา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู ที่ได้นำอุปกรณ์ตัดถาง เข้ามาช่วยเหลือในการกู้ร่างของผู้เสียชีวิต เปิดเผยถึงขั้นตอนในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการกู้ร่างนั้น มีเครื่องตัดถ่าง จำนวน 5 ชิ้น ซึ่งเป็นอุปกรณ์ชุดเดียวกับที่ใช้กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ สตง.ถล่ม ซึ่งสามารถช่วยเหลือในการทำงานได้ดี แต่จะต้องประชุมวางแผนร่วมกับวิศวกร ถึงผลกระทบหากมีการตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออก เพื่อป้องกันการถล่มซ้ำ
เพราะเนื่องจากโครงสร้างที่ถล่มลงมาทับนั้น เป็นโครงสร้างชิ้นใหญ่ รวมน้ำหนัก 600 - 700 ตัน ซึ่งอุปสรรคในการทำงานครั้งนี้ นอกจากจะต้องกังวลในเรื่องของชิ้นส่วนเครน และแผ่นปูนที่อยู่ด้านบนจะถล่มลงมาซ้ำ ยังต้องระมัดระวังชิ้นส่วนเครน และแผ่นปูนที่อยู่ด้านล่างที่อาจจะถล่มมาทับทีมงานด้วย เนื่องจากการกู้ร่างในครั้งนี้จะต้องยึดความปลอดภัยของทีมงานเป็นหลักด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถประเมินระยะเวลาในการกู้ร่างได้
และขณะนี้มีรถที่ติดอยู่ใต้ซากจำนวน 2 คัน ซึ่งคันที่เป็นรถกระบะตู้เย็น ยังคงติดอยู่บนบริเวณด้านใน ถูกเครนทับ 100% ส่วนอีกหนึ่งคัน เป็นรถกระบะตู้ทึบที่สามารถมองเห็นท้ายรถกระบะอยู่นั้น บริเวณส่วนหน้าถูกทับเสียหาย และมีชิ้นส่วนแผ่นปูนที่เชื่อมโยงกับตัวเครนอยู่ จึงทำให้ต้องระมัดระวังในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก
Advertisement